ต้วนหลิงเทียนเอ่ยตอบเสียงเบา
“หา! พี่ชายไม่ได้ไปล่วงเกินใคร แต่มาเลือกพักที่โรงเตี๊ยมหลิวเหนียนหรือ นี่จักไม่ฟุ่มเฟือยเกินไปหน่อยหรือไร?”
ชายหนุ่มหน้าใสแลดูประหลาดใจไม่น้อย หากแต่ลึกลงไปในแววตากลับเผยประกายเรืองขึ้นวาบหนึ่ง บ่งบอกให้รู้ว่ามันไม่ได้เชื่อคำพูดของต้วนหลิงเทียนสักเท่าไหร่
“ก็นะ”
ต้วนหลิงเทียนยังคงเอ่ยตอบเสียงเบา ไม่ได้สนใจอะไร
“เหอะๆ…ว่าแต่พี่ชายรู้หรือไม่ว่าไฉนข้าถึงต้องมาอยู่ในโรงเตี๊ยมหลิวเหนียน”
ชายหนุ่มหน้าใสหัวเราะเบาๆ ค่อยยักคิ้วกล่าวถามด้วยสีหน้าอยากอวดเสียเต็มประดา
“ทำไมล่ะ?”
เดิมต้วนหลิงเทียนที่รำคาญพวกตีซี้ไปทั่วแบบนี้จึงคิดจะตอบไปว่า ‘ข้าไม่เห็นจะอยากรู้’ แต่พอคิดอีกทีตอนนี้ก็มีแต่ต้องเดินไปโรงประมูลเฉยๆไม่ได้มีอะไรทำ เช่นนั้นคุยกับอีกฝ่ายแก้เบื่อก็ไม่เสียหายอะไร
“นั่นเพราะข้าไปฉุดคุณหนูสกุลจีมาปล้ำอย่างไรเล่า! อนิจจาสุดท้ายข้าดันเผลอออกแรงขย่มมากไปหน่อย จึงทำนางตายคาที่โดยไม่รู้ตัว! ตอนนี้คนสกุลจีนั่นเลยแทบทนรอฆ่าข้าไม่ไหวแล้ว แต่ยังดีที่ในแหวนของคุณหนูสกุลจีนั่นมีหินอมตะอยู่ไม่น้อย ข้าจึงสามารถหลบมาพักในโรงเตี๊ยมหลิวเหนียนได้…”
ชายหนุ่มหน้าใสยิ้มร่าราวกับผู้ชนะ