และข้อมูลที่ว่าก็บอกให้ต้วนหลิงเทียนรู้ตำแหน่งในปัจจุบันว่าเขาอยู่ที่ไหน ขณะเดียวกันก็รู้ว่าสถานที่ๆต้องการจะไปมันห่างไกลเพียงใด
“หากจำไม่ผิด ยันต์อมตะที่กักเก็บข้อมูลสถานที่และแผนที่ขนาดใหญ่แบบนี้เอาไว้ สมควรมีค่าไม่น้อย…พวกเจ้าสกุลลู่นับว่าจริงใจไม่เบา”
เมื่อยันต์อมตะเก็บความทรงจำในมือต้วนหลิงเทียนเริ่มสลายหายไปหลังหมดหน้าที่ของมันแล้ว ต้วนหลิงเทียนก็ฟื้นขึ้นมา จากนั้นก็มองไปยังบรรพบุรุษตระกูลลู่ด้วยสายตาลึกซึ้ง
ในระนาบเทวโลกนั้น แผนที่ก็จะแบ่งออกเป็นแผ่นที่แบบทั่วๆไปที่ต้องคลี่กางอ่านทิศ กับอีกแบบคือมาในรูปของยันต์อมตะเก็บความทรงจำแบบนี้!
อย่างหลังนั้นย่อมมีค่ามากกว่า เพราะมีแค่ไม่กี่คนที่เต็มใจจะสิ้นเปลืองเรี่ยวแรงเหินร่างตระเวนไปยังประเทศและเมืองต่างๆ เพื่อกักเก็บฉากเรื่องราวการเดินทางเอาไว้เป็นความทรงจำในยันต์อมตะเก็บความทรงจำ ยังไม่ต้องกล่าวถึงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการดำเนินการด้วยซ้ำ…
ด้วยสิ้นเปลืองทั้งเวลาและเรี่ยวแรงของผู้สร้างแบบนี้ ส่วนใหญ่แล้วจึงไม่มีใครคิดจะทำ และเลือกเอาเวลามหาศาลที่ต้องเสียไปจากการทำแผ่นที่ไปใช้กับการบ่มเพาะพลังมากกว่า…
ก็จริงที่ผลกำไรในการจัดทำแผนที่แบบนี้ มีมากคุ้มค่าเหนื่อย…
แต่เป็นธรรมดาว่าเรื่องแบบนี้ไม่ใช่ว่าทุกคนจะยินดีกระทำ ต่อให้จะได้ค่าแรงคุ้มเหนื่อยจริง แต่ไม่ใช่ทุกคนที่อยากจะสิ้นเปลืองกำลังและเรี่ยวแรงไปกับการทำแผนที่…