“ฮืม…ก็ใช่ ท่านแม่เองก็บอกฮ่วนเอ๋อเอาไว้เหมือนกัน…ว่าโลกภายนอกมียอดฝีมือที่ร้ายกาจยิ่ง บางคนยังร้ายกาจกว่าท่านแม่เสียอีก…”
ฮ่วนเอ๋อพยักหน้า
“ดังนั้น…ต่อไปฮ่วนเอ๋ออย่าได้เปิดจี้ห้อยคอต่อหน้าคนอื่นง่ายๆรู้ไหม เพราะถ้าเปิดออกมาความลับเรื่องผลึกเทพของฮ่วนเอ๋อไม่พ้นต้องถูกคนนอกล่วงรู้แน่ และต่อให้คนพวกนั้นจะไม่มีพลังสามารถพอแย่งชิง แต่พวกมันไม่พ้นต้องแพร่งพรายเรื่องที่ฮ่วนเอ๋อมีผลึกเทพออกไปแน่…”
“และทันทีที่ข่าวเรื่องผลึกเทพแพร่ไปถึงหูคนที่มีพลังฝีมือสูงกว่าฮ่วนเอ๋อ และคนพวกนั้นตามมาจนเจอ…ถึงตอนนั้นฮ่วนเอ๋อก็ทำได้แค่ทนมองมันชิงผลึกเทพไปเท่านั้น…”
ต้วนหลิงเทียนกล่าวสืบต่อ
“เข้าใจแล้ว”
ฮ่วนเอ๋อพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ นางเองก็ตระหนักได้ถึงความร้ายแรงของสถานการณ์
ขณะเดียวกันต้วนหลิงเทียนก็หันไปโบกมือเบาๆ เก็บแหวนพื้นที่ของคนสกุลฉีทั้ง 5 มาชมดู ทันใดนั้นสองตาเขาก็ลุกวาวขึ้นมา “สมแล้วที่เป็นบรรพบุรุษของตระกูลฉี มีหินอมตะระดับสูงสุดเก็บไว้เป็นแสนๆก้อน…กลับกันหินอมตะระดับต่ำกว่านั้นแทบไม่มี”
“นอกจากนั้นในแหวนของผู้นำตระกูลฉี ก็มีหินอมตะระดับสูงสุดอยู่อีกหลายหมื่น…”
สำหรับทรัพย์สินที่อยู่ในแหวนพื้นที่ของนายน้อยรองสกุลฉีอย่างฉีโหยว กับแหวนของชายชราผู้ติดตามทั้ง 2 ต้วนหลิงเทียนเหลือบมองแวบหนึ่งก็เลิกสนใจ
“ฮ่วนเอ๋อ…ตามข้าไปเจอหน้าคนตระกูลลู่กัน”
ต้วนหลิงเทียนหันไปมองกล่าวกับฮ่วนเอ๋อ