“เพราะหากเจ้าไม่ได้ใช้หินอมตะกับโอสถทิพย์ในการบ่มเพาะ ความเร็วในการบ่มเพาะของเจ้าสมควรช้ากว่านี้…”
ถึงแม้ต้วนหลิงเทียนจะยังไม่ทราบว่ามารดาของฮ่วนเอ๋อเป็นใคร
อย่างไรก็ตามมารดาของฮ่วนเอ๋อถึงขั้นทิ้ง ‘ลูกแก้วมายา’ ไว้ให้ฮ่วนเอ๋อได้ แค่นี้ก็เห็นได้ชัดแล้วว่านางไม่ใช่คนธรรมดาสามัญแน่นอน
ต่อให้นางจะไม่ใช่มนุษย์แต่เป็นสัตว์อมตะ ก็เกรงว่าจะไม่ใช่สัตว์อมตะธรรมดาๆ
เช่นนั้นจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่สัตว์อมตะที่ทรงพลังเช่นนาง จะไม่มีหินอมตะกับโอสถทิพย์ให้ลูกสาวทั้งคนบ่มเพาะ…
“อ๋อ โอสถทิพย์หรือ ท่านแม่ให้ข้ากินไว้เยอะเลย ตอนนี้ผลของโอสถในร่างข้าก็ยังดูดซับไม่หมด…นอกจากนั้นนางยังมอบสิ่งนี้ให้ข้าเอาไว้ใช้บ่มเพาะพลัง แต่มันไม่เหมือนหินอมตะนะ”
ได้ยินคำถามของต้วนหลิงเทียน ฮ่วนเอ๋อก็กล่าวตอบออกมาซื่อๆอย่างไร้เดียงสา
และในขณะที่กล่าว นางก็ยกมือขึ้นหยิบสร้อยคอที่นางห้อยไว้บนคอออกมา จากนั้นทุกคนรวมถึงต้วนหลิงเทียนก็ได้เห็นจี้ชิ้นหนึ่ง
จี้ที่ห้อยคอนางไว้เป็นกล่องเล็กๆแลดูทนทาน ไม่ต่างอะไรจากล็อคเก็ตในโลกเก่าของต้วนหลิงเทียนที่เอาไว้เก็บของสำคัญชิ้นเล็กๆ
และในขณะที่ฮ่วนเอ๋อกดบริเวณด้านข้างกล่องเล็กๆ กล่องเล็กๆดังกล่าวก็เปิดออกทันใด จากนั้นก็ปรากฏแสงสว่างเจิดจ้าสาดส่องออกมา จนทำให้ต้วนหลิงเทียนและคนอื่นๆตาพร่าไปครู่หนึ่งง!
ซัว! ซัว! ซัว! ซัว! ซัว! ซัว!
…