ทว่ายามเมื่อไอเย็นแผ่ซ่านออกมาจากร่างฮ่วนเอ๋อ ไม่ว่าจะต้วนหลิงเทียน หรือชายหนุ่มทั้ง 3 ก็อดไม่ได้ที่จะบังเกิดความเหน็บหนาวจนร่างสะท้าน กระทั่งริมฝีปากยังเปลี่ยนไปเป็นสีเขียวในชั่วพริบตา
แต่ครู่ต่อมาต้วนหลิงเทียนพอสัมผัสได้ว่า ไอเย็นอันหนาวสะท้านที่เคี่ยวกรำทั่วร่างกำลังลดฮวบฮาบลง เขาก็พอได้โล่งใจไปเปราะหนึ่ง
เพราะเขาพบว่าเมื่อครู่แม้เขาจะเร่งเร้าพลังเซียนอมตะต้นกำเนิดออกมาต้านทานไอเย็นที่ชำแรกแทรกซึมเข้ามามากแค่ไหน แต่เขาก็ไม่อาจยับยั้งมันได้เลย…
ช่างเป็นไอเย็นยะเยือกอันน่าพรั่นพรึงนัก!
“หืม?”
ในขณะที่ต้วนหลิงเทียนเงยหน้าขึ้นมาอย่างไม่ทันรู้ตัว พอมองไปทางร่างชราทั้ง 2 ที่โจนทะยานเข้ามาเขาก็พบว่า…
ปรากฏพายุหิมะห่าหนึ่งพัดผ่านร่างชายชราทั้ง 2 ไปเร็วไว จนร่างชราทั้ง 2 กลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็งในชั่วพริบตา! ที่สำคัญร่างที่กลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็งของชายชราทั้ง 2 นั้น ยังเริ่มบังเกิดรอยร้าวแผ่ขยายออกไป!
เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ!
…
ยิ่งมารอยร้าวบนร่างทั้ง 2 ของผู้ชราที่กลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็งก็ยิ่งแผ่ขยายลุกลาม สุดท้ายคนก็แตกออกเป็นเสี่ยงๆ! กลายเป็นสะเก็ดน้ำแข็งร่วงกราวหล่นฟ้า ต้องสะท้อนแสงตะวันระยิบระยับ!!
“ฟืด—”
เห็นฉากดังกล่าวต้วนหลิงเทียนอดไม่ได้ที่จะสูดลมหายใจเข้าอย่างหนาวเหน็บ สายตาที่ใช้มองฮ่วนเอ๋อเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง!