เมื่อเห็นรอยยิ้มสดใสบนใบหน้าต้วนหลิงเทียน หญิงชราก็ไม่สบอารณ์อย่างแรง ใบหน้าเหี่ยวย่นเปลี่ยนเป็นบิดเบี้ยวอัปลักษณ์ ตะคอกเสียงเย็นดังสนั่นสะท้านแดนดิน!
วู้ม! วู้ม! วู้ม!
…
พลังเซียนอมตะต้นกำเนิดทั่วร่างของนาง เริ่มส่งเสียงกู่ร้องออกมาน่ากลัวนัก
และทันใดนั้นเอง พลังเซียนอมตะต้นกำเนิดของนาง ก็ปะทุออกมามหาศาลดั่งแพเมฆทะมึน! โถมเข้าใส่ต้วนหลิงเทียนเร็วไว ราวพยัคฆ์จ้าวป่าคิดกลืนร่างลูกแกะน้อยในหนึ่งคำ!
มวลพลังดั่งแพเมฆดำหอบจิตสังหารอำมหิตขุมนี้ ช่างลัดข้ามฟ้ามาด้วยความเร็วน่าอัศรรย์นัก!
และไม่ทันที่มวลพลังดังเมฆทะมึนจะมาถึง กลิ่นอายพลังทำลายล้างอันน่าพรั่นพรึงก็แผ่มาให้ต้วนหลิงเทียนสัมผัสได้แต่ไกล!
“แม่เฒ่า เรื่องนี้ทีหลังท่านอย่าได้สอดมือจะดีกว่า…”
ตอนนี้เองอยู่ๆเสียงของต้วนหลิงเทียนพลันดังขึ้น
ฟังจากน้ำเสียงแล้ว ช่างเฉยเมยนัก หาความหวั่นวิตกหรือหวาดกลัวไม่เจอแม้แต่น้อย
“และหลังจากที่ท่านกลับไปถึงนิกายสือหังเซียนแล้ว ก็เอาคำข้าไปบอกให้ประมุขนิกายท่านฟังชัดๆ…วันหน้า ข้าจะนำของหมั้นไปเยือนนิกายสือหังเซียนด้วยตัวเอง! และสู่ขอนางมาตบแต่งข้าอย่างยิ่งใหญ่ไม่ต้องอายใคร!!”
เสียงต้วนหลิงเทียนนยังคงดังสืบต่อ
“หืม?!”
ขณะที่ฟังต้วนหลิงเทียนพูด หญิงชราก็คล้ายสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง และนั่นทำให้หน้าของนางเปลี่ยนสีไปทันที
“เจ้า…เจ้าไฉนถึงมียันต์หลบหนีเงาว่างเปล่าได้!?”