จังหวะนี้มันรู้สึกเสมือนได้รับความอัยศอดสูถึงขีดสุด! ตั้งแต่มันเกิดมาไม่เคยโดนผู้ใดหยามหน้าขนาดนี้มาก่อน!!
“ในเมื่อเจ้าอยากเจ็บตัวนัก ก็อย่าได้โทษว่าข้าอำมหิต!!”
สองตาฉู่เหยียนถลึงมองด้วยความดุร้าย ตะคอกคำเสียงแข็ง ราวกับอรหันต์พิโรธ!
ปงงง!!
ครืนนนน!!
…
และด้วยโทสะนี้เอง ทำให้กระบวนท่าดังกล่าวของฉู่เหยียนคล้ายบรรจุไว้ด้วยพลังสิบสองส่วน! มวลพลังมหาศาลปานคลื่นสมุทรคุ้มคลั่งเต็มไปด้วยอัสนีแลบลั่นแปลบปลาบ ถล่มกลืนร่างต้วนหลิงเทียนจนหายไปในหนึ่งคำ!!
เรียกว่าในสายตาของทุกคน ร่างต้วนหลิงเทียนเสมือนถูกเมฆดำเต็มไปด้วยอัสนีแลบลั่นแผ่มาปกคลุม!
“นั่นต้วนหลิงเทียนคิดจะทำอะไรกันแน่ ไฉนต้องไปยั่วให้ฉู่เหยียนมีโมโหด้วย?”
“แม้นี่จะเป็นกระบวนท่าแรกของฉู่เหยียน แต่หากตัดสินจากตอนที่มันประลองกับหยางจิ้นแล้ว…น่ากลัวกระบวนทานี้ของมันคือการลงมือเต็มพลัง กระทั่งยังรีดเค้นพลังออกมามากเกินขีดจำกัดด้วยซ้ำ ทว่าต้วนหลิงเทียนนั่นกลับยังแลดูเฉยเมยไม่คิดทำอะไร…นี่จะไม่ประมาทผู้อื่นเกินไปหน่อยหรือ?”
“ต่อให้เป็นจินเซียนตะวันม่วงทั่วไป…ก็มิกล้าประมาทการลงมือฉู่เหยียนถึงขนาดนี้มิใช่หรือไร?”
…
ตอนนี้เหล่าผู้ชมรอบเวที ล้วนจับจ้องมองเมฆทมิฬพร้อมห่าอัสนีที่กำลังกลืนร่างต้วนหลิงเทียนอย่างใจจดใจจ่อ