ส่วนเรื่องชุดสีม่วงนั้น ในขณะที่ต้วนหลิงเทียนเหินร่างออกมาจากอัฒจันทร์ที่นั่งสำหรับบุคคลพิเศษ เขาก็ได้ถอดชุดคลุมปรมาจารย์อมตะ แล้วเปลี่ยนไปสวมชุดคลุมสีม่วงแทน
“ต้วนหลิงเทียนมาแล้ว!?”
“นั่น…เจ้านั่นคือต้วนหลิงเทียนงั้นเหรอ!?”
“ตอนแรกข้าคิดว่าการประลอง 16 มณฑลคราวนี้จะจบลงตั้งแต่ที่ฉู่เหยียนเอาชนะหยางจิ้นได้เสียอีก…แต่ไม่คิดเลยว่าพอพิธีกรตอบรับเรื่องขอเวลาของผู้ว่าเถียน จนได้รับเวลามาครึ่งชั่วยามได้ไม่ทันไร ต้วนหลิงเทียนจะปรากฏตัวขึ้นมาพอดีแบบนี้…”
“ดูเหมือนว่าผู้ว่าเถียนคงมั่นใจมาก ว่าต้วนหลิงเทียนต้องมาแน่…”
“สมควรเป็นเช่นนั้น”
……
รอบๆเวทีประลอง เหล่าผู้ชมทั้งหลายบนอัฒจันทร์ที่นั่งก็สนทนากันดังระงม บรรยากาศกลายเป็นคึกคักขึ้นมาทันตาเห็น
และต่อมาก็มีหลายคนที่ละสายตาออกจากร่างต้วนหลิงเทียน หันไปจับจ้องมองผู้ว่าการมณฑลจิ่วโยวเถียนจี้หวี่
แต่อย่างไรก็ยังมีสายตาอีกมากมายหลายคู่ที่มองจ้องต้วนหลิงเทียนเขม็ง ราวกับกลัวว่าต้วนหลิงเทียนจะอันตรธานหายไปต่อหน้าต่อตา
“นั่นน่ะเหรอต้วนหลิงเทียนที่โด่งดังไปทั่วเขตวังฉินเมื่อหลายเดือนก่อน…อายุของมันไม่ถึงร้อยปีแต่พลังฝีมือแทบจะทัดเทียมกับต้าหลัวจินเซียน?”
“ในประวัติศาสตร์ของวังฉินพวกเรา…ไม่เคยมีอัจฉริยะท้าทายสวรรค์เช่นนี้ปรากฏตัวขึ้นมาก่อนเลยมิใช่หรือ?”