ในความคิดมันแม้สิ่งที่ต้วนหลิงเทียนจะมีเหตุผล แต่ก็ยังไม่มีน้ำหนักมากพอจะตัดสินผลลัพธ์สุดท้ายของการประลอง อย่างดีก็ให้ภาษีฉู่เหยียนเพิ่มจนมีโอกาสชนะเป็น 6 ต่อ 4 เท่านั้น
แต่ถึงจะเป็นแบบนั้น โอกาสชนะของฉู่เหยียนยังห่างกว่า 9 ส่วนที่พูดไว้อยู่ดี
มันจึงขบคิดไม่ออกจริงๆ
อาวุโสกิตติมศักดิ์เทียนหลิงผู้นี้ ไปเอาความมั่นใจ 9 ส่วนมาแต่ที่ใด?
ได้ยินเสียงผ่านพลังขอหวงกวงจี๋ ต้วนหลิงเทียนก็คร้านจะอธิบายอะไรเพิ่มเติม เพียงกล่าวตัดบทไปว่า “รองประมุขหวงเพียงรอดูไปเถอะ…อย่างไรเสียต่อให้ข้าแพ้ ก็มิใช่ว่านิกายมังกรบินจะเป็นผู้จ่ายหินอมตะ”
“ท่านอาวุโสข้าไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น…”
หวงกวงจี๋ได้แต่เผยยิ้มขื่นขมอีกรอบ
ขณะเดียวกัน ด้านอ๋อง 3 ก็เหินร่างกลับมายังชั้นลอย
“ฮัย ข้าหลงคิดว่าปรมาจารย์อมตะผู้นั้นของนิกายมังกรบินจะพูดอะไรที่ทำให้ข้าเชื่อ…แต่คิดไม่ถึงเลย่าสุดท้ายมันก็แค่กล่าวเรื่องไม่เป็นเรื่อง แค่ฉู่เหยียนแลดูใจเย็นกว่าเท่านั้นหรือ…เหตุผลข้อนี้อย่างดีก็เพิ่มโอกาสชนะให้ฉู่เหยียนแค่ส่วนเดียว มิทราบมันไปเอาความมั่นใจมาแต่ที่ใดถึงได้เอาหินอมตะระดับสูงแสนก้อนไปเสี่ยงพนันกับหินอมตะระดับสูงแค่ 50,000 ก้อนจากโจวอันรองเจ้าสำนักราชันพิษ…”
หลังกับมานั่งที่แล้ว อ๋อง 3 ก็อดไม่ได้ที่จะบ่นออกมาด้วยความผิดหวังให้อ๋องฉินฟัง
“นั่นก็มิใช่ว่าจะเป็นเรื่องไม่เป็นเรื่องเสมอไป…”