และภายใต้สายยตาที่แลดูอยากรู้นักของน้องกับหลานชาย อ๋องฉินก็เริ่มกล่าวสืบต่อว่า “ตอนนี้พอข้ามานึกย้อนดูการประลองก่อนหน้าของหยางจิ้น…ให้เทียบกับฉู่เหยียนแล้ว ดูเหมือนมันจะควบคุมอารมณ์ได้ด้อยกว่าจริงๆ”
“เป็นเพราะคู่ต่อสู้ทั้งหมดก่อนหน้านี้ของมันมีพลังฝีมือต่ำกว่ามันมากเกินไป แม้มันจะชักสีหน้าหยิ่งลำพองแค่เล็กน้อย แต่ก็คงไม่มีใครสนใจ…เช่นนั้นข้าจึงไม่ทันฉุกคิดถึงเรื่องนี้เลย”
“ข้ากำลังสงสัยว่า…ปรมาจารย์หลอมโอสถอมตะระดับต่ำของนิกายมังกรบินผู้นั้น ต้องสังเกตเห็นความถือดีของหยางจิ้นในการประลองก่อนหน้าได้อย่างชัดเจนแล้วเป็นแน่…”
พูดถึงจุดนี้สายตาของอ๋องฉินก็มองผ่านม่านด้านข้างออกไปตกยังร่างในชุดคลุมปรมาจารย์อมตะสีดำบนอัฒจันทร์สำหรับบุคคลพิเศษ โดยไม่ละสายตาออกมาอยู่นาน…
“จริงด้วย…เรื่องง่ายๆเพียงเท่านี้ แต่ข้าไม่ทันคิดมาก่อนเลย หากข้ารู้เรื่องนี้แต่แรก ข้าต้องสรุปได้ทันทีเช่นกันว่าหยางจิ้นอ่อนด้อยกว่าฉู่เหยียน”
หลังจากได้ยินคำของอ๋องฉินแล้ว ในที่สุดอ๋อง 3 ก็เข้าใจได้เสียทีว่าไฉนพี่ใหญ่ของมันบอกว่าหยางจิ้นมีโอกาสแพ้กว่า 9 ส่วน!
“แต่ว่า…กระทั่งข้ายังไม่ทันสังเกตเห็นเรื่องนี้ แล้วไฉนปรมาจารย์หลอมโอสถอมตะระดับต่ำคนนั้นถึงสังเกตเห็นแต่แรกเล่า หรือพลังฝึกปรือมันจะเหนือกว่าข้า?”
อ๋อง 3 กล่าวออกมาด้ยความเหลือเชื่อ