ชายชุดดำพยักหน้ารับ กล่าวตอบด้วยน้ำเสียงแหบแห้งเบาๆ “ข้าร่อนเร่พเนจรไปเรื่อย พึ่งจะมาถึงเขตปกครองของพระราชวังฉินได้แค่ 2 เดือน…และพอดีจุดรอคอยด่านพลังข้าเริ่มส่งสัญญาณกรุยออกเล็กน้อย เลยคิดหาสถานที่พักชั่วคราวเพื่อทะลวงด่าน และนั่นคือนิกายมังกรบินเจ้า”
ในฐานะรองประมุขนิกายมังกรบิน หวงกวงจี๋ ย่อมเคยได้ยินเรื่องราวและประวัติบุคคลข้างกายจากประมุขมานานแล้ว จึงไม่ได้แปลกใจสงสัยอะไรในวาจาที่อีกฝ่ายพึ่งกล่าว
“หากท่านผู้อาวุโสกิตติมศักดิ์เทียนหลิงสนใจเรื่องราวของอ๋อง 4 เช่นนั้นข้าจักเล่าให้ท่านฟังแต่แรกดีหรือไม่…”
หวงกวงจี๋กล่าวออกมาด้วยความกระตือรือร้น
…
สุดท้ายภายใต้การเล่าเรื่องราวอย่างได้อรรถรสของหวงกวงจี๋ ชายชุดคลุมดำจึงได้รับทราบว่าอ๋อง 4 เป็นคนเช่นไร…
‘ฉินอวี่อาจเป็นลูกชายที่อ๋อง 4 มีด้านนอก หลังออกจากพระราชวังฉิน…’
ในใจชายชุดคลุมดำสะท้านไปเล็กน้อย ลอบคาดเดาบางอย่างในใจ
หลังจากคาดเดาอะไรได้แล้ว ชายในชุดคลุมดำเพียงพยักหน้าให้หวงกวงจี๋เล็กน้อยก็นิ่งไปไม่สนใจอะไรอีก ด้านหวงกวงจี๋ก็ไม่ได้รู้สึกไม่พอใจแต่อย่างใด
เพราะมันคุ้นชินกับลักษณะและทีท่าสันโดษของอาวุโสกิตติมศักดิ์เทียนหลิง ที่เลือกมาอาศัยอยู่ในนิกายมังกรบินของพวกมันคนนี้ดีแล้ว…
‘ฟังจากเสียงแหบแห้งของอาวุโสกิตติมศักดิ์เทียนหลิง…สมควรเป็นผู้ชรา และอายุที่แท้จริงก็คงไม่ใช่น้อยๆ…’