รังสีกระบี่สีรุ้งนับพันที่ควบรวมก่อเกิดค่ายกลกระบี่ของต้วนหลิงเทียน แม้จะหั่นเฉือนร่างมันให้ยับเยินดั่งเศษผ้าขี้ริ้ว ทั้งทะลวงร่างมันจนปรุพรุนไม่ต่างรังแตน…
หากทว่ารังสีกระบี่ทั้งหลายคล้ายมีดวงตางอกเงยก็ไม่ปาน! พวกมันหลีกเลี่ยงจุดตายของมันได้อย่างหมดจด ทำให้มันไม่ถูกพรากหนึ่งชีวิตของมันไป!
“ไม่ฆ่าเจ้า แน่นอนว่าต้องมีเหตุผล…”
ได้ยินคำถามของโจวทง ต้วนหลิงเทียนก็กล่าวออกด้วยน้ำเสียงเฉยเมย “แต่เจ้าไม่ต้องห่วงหรอก…อีกไม่นานเจ้าได้ตายแน่ ก็แค่ไม่ได้ตายด้วยน้ำมือข้ามันก็เท่านั้น…”
เหตุผลที่ไฉนเขาไม่ฆ่าโจวทงทิ้ง ก็เพราะคิดพาอีกฝ่ายไปยังเมืองเฉวี่ยโยว ให้เจ้าเมืองเฉวี่ยโยวอย่างหลิ่วเฟิงกู่ฆ่าด้วยน้ำมือตัวเองตามข้อตกลง…
ถึงตอนนั้นไม่เพียงแต่ข้อตกลงระหว่างเขากับหลิ่วเฟิงกู่จะลุล่วง แต่เขายังจะได้รับเบาะแสของเพลิงอมตะที่เขาอยากรู้มาตลอดจากปากของหลิ่วเฟิงกู่อีกด้วย!
“ผู้ใด…เป็นผู้ใดที่อยากฆ่าข้า!?”
ลูกตาโจวทงหดเล็กลง
“แล้วเจ้าคิดว่าใครล่ะ?”
ต้วนหลิงเทียนย้อนถาม
“หลิ่วเฟิงกู่?”
ไม่ทันคิด ปากโจวทงก็เอ่ยนามนี้ออกมาอย่างไม่รู้ตัว
สาเหตุที่ไฉนมันเอ่ยนามนี้ออกมา เพราะจิตใต้สำนึกโจวทงบอกว่าเป็นคนอื่นไม่ได้อีกแล้ว…
หลิ่วเฟิงกู่มาจากเมืองเฉวี่ยโยว
และต้วนหลิงเทียนก็มาจากเมืองเฉวี่ยโยว
“ผู้ว่าโจวนับว่าหัวไวไม่เบา…”
ต้วนหลิงเทียนคลี่ยิ้มอ่อนๆ