ทว่าเมื่อ 1 ปีที่ผ่านหลังจากที่นางหวนกลับออกมาจากโลกใบเล็กที่ถูกทิ้งไว้โดยยอดฝีมือขอบเขตราชาอมตะของนิกายสราญรมย์ นางก็ไม่ใช่สตรีบริสุทธิ์อีกต่อไป
กล่าวอีกอย่างได้ว่า ชั่วชีวิตนี้นางถูกลิขิตให้พลาดตำแหน่ง ประมุข ของนิกายสือหังเซียนไปเรียบร้อย
“ลู่หลัว…ตอนนี้อาจารย์ป้าอยู่ที่ใด?”
หลังได้รับทราบที่อยู่ของประมุขนิกายสือหังเซียนจากปากของดรุณีน้อยชุดเขียวแล้ว สตรีในชุดกระโปรงสีม่วงอ่อน มู่หรงปิง ก็เหินร่างวูบขึ้นฟ้าไปราวผีเสื้อสีม่วงโบยบินทิ้งขุนเขาขจีไว้เบื้องล่าง
“อาจารย์ป้า…”
ในบ้านลานหลังหนึ่งที่ตั้งอยู่กลางขุนเขาใหญ่ มู่หรงปิงก็ได้พบเจอกับประมุขนิกายสือหังเซียนคนปัจจุบัน ซึ่งเป็นอาจารย์ป้าของนางเช่นกัน
“ปิงเอ๋อ…เจ้าไฉนมาหาอาจารย์ป้าได้เล่า มีเรื่องใดหรือ?”
ประมุขนิกายสือหังเซียนนั้นเป็นสตรีหน้าตางดงาม รูปร่างมากล้นไปด้วยเสน่ห์เย้ายวน สวมใส่ไว้ด้วยชุดคลุมสีขาวปักลายดอกบัวจำนวนมาก เมื่อแลเห็นว่าผู้มาหาเป็นมู่หรงปิง ใบหน้าแววตาของนางก็ทอความอ่อนโยนแลดูใจดีออกมาทันที
ราวกับผู้ใหญ่ที่เห็นชนรุ่นหลังอันประเสริฐได้ดิบได้ดี…
มู่หรงปิงคนนี้แม้จะไม่ใช่ศิษย์ของนางโดยตรง แต่ก็เป็นศิษย์ของศิษย์น้องร่วมอาจารย์เดียวกันกับนาง และยังเป็นศิษย์รุ่นเยาว์ที่น่าภาคภูมิใจที่สุดของนิกายสือหังเซียนในปัจจุบันอีกด้วย
หาไม่แล้วนางคงไม่คิดแต่งตั้งให้มู่หรงปิงขึ้นดำรงตำแหน่งงว่าที่ประมุขนิกายคนต่อไป!