“สมควรมาพร้อมกับเจ้าชุดม่วงล่ะสิ…เพราะในบรรดาคนทั้งหมดมีแค่พวกเจ้าทั้ง 2 คนเท่านั้นที่หน้าไม่คุ้นเลย พวกเจ้าพึ่งมาจากเมืองเฉวี่ยโยวสินะ…เพราะหากไม่มีข้อผิดพลาดอะไร ป่านนี้คนจากเมืองเฉวี่ยโยวก็น่าจะมาถึงได้แล้ว”
ชายหนุ่มคนหนึ่งกล่าวกับฉินอวี่
และคำพูดของมันก็ตรงใจทุกคนในที่นี้ และพอได้เห็นฉินอวี่พยักหน้าเบาๆทุกคนก็เลิกสนใจ หันกลับไปมองต้วนหลิงเทียนที่ท้าชิงห้องอย่างไม่เกรงใจเจ้าของเดิมทันที…
ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!
…
ครู่ต่อมาเสียงแหวกสายลมก็ดังขึ้นถี่ยิบ
เป็นคนทั้ง 12 คนที่ประมือทั้งนั่งพักอยู่นอกทางเข้าหลุมมังกรซ่อนด้านบนเมื่อครู่ ต่างกระโดดลงมาเพราะได้ยินเสียงอึกทึกกระแทกประตูทั้งคำท้าเมื่อครู่
“เอ๋…เจ้าชุดม่วงนั่น คนที่พึ่งมากับอาวุโสเจิ้งชิวนี่นา?”
“ไม่ผิดแน่ อาวุโสเจิ้งชิวไปรับตัวคนจากเมืองเฉวี่ยโยว…งั้นเจ้าหนุ่มชุดม่วงนี่ก็คือ 1 ใน 2 จินเซียนอายุน้อยกว่าร้อยปีจากเมืองเฉวี่ยโยวนั่นล่ะ”
“ข้าจำได้ว่า…มันก็มาพร้อมกับอีกคนนี่นา อีกคนไปไหนแล้วล่ะ?”
“ยืนเข้มอยู่มุมนู้นไง”
…
ไม่นานสิบสองคนที่พึ่งมาถึงชั้นล่างสุดของหลุมมังกรซ่อนก็หันขวับไปมองทางฉินอวี่ตามที่สหายกล่าว และพวกมันก็จดจำได้ทันที ว่าฉินอวี่เป็นคนที่มาพร้อมกันกับชายหนุ่มชุดม่วงเมื่อครู่จริงๆ
ในขณะที่ฉินอวี่กำลังถูกสายตาหลายคู่มองจ้องนั่นเอง
ครึ่กๆ!!
ครืดดด!!
…