“ด้วยพลังของน้องหลิงเทียนในปัจจุบัน แม้จะไปที่นั่นก็ยังยากจะรับเพลิงอมตะนั่นมาครอบครอง…รอให้เจ้ามีพลังมากพอจะเอาชนะโจวทงได้ก่อนเถอะ ถึงตอนนั้นเจ้าอาจจะพอครอบครองเพลิงอมตะนั่นได้”
หลิ่วเฟิงกู่ยิ้มกล่าว
“พูดไปพูดมา…ท่านเจ้าเมืองดูท่าจะอยากแก้แค้นเจ้านั่นให้ได้จริงๆ”
ต้วนหลิงเทียนมองจ้องหลิ่วเฟิงกู่เอ่ยถามเสียงเข้มว่า “ว่าแต่ท่านเจ้าเมือง…หากข้าไปยังจวนผู้ว่าแล้วแต่สุดท้ายกลับพบว่าโจวทงนั่นมันไม่ใช่คนอย่างที่ท่านพูดเล่า…ถึงตอนนั้นไม่ใช่ข้อตกลงของพวกเราต้องล้มเลิกหรือไร และในเมื่อข้อตกลงของพวกเรากลายเป็นโมฆะไปแล้ว เช่นนั้นเรื่องเพลิงอมตะ…ท่านก็คงไม่คิดบอกข้าอีกต่อไปว่ามันอยู่ไหนใช่หรือไม่?”
“ไม่ต้องห่วง…”
หลิ่วเฟิงกู่คลี่ยิ้มออกมาอย่างมั่นใจ “ข้อตกลงระหว่างพวกเราไม่มีทางเป็นโมฆะไปได้…”
สำหรับหลิ่วเฟิงกู่แล้ว
หากโจวทงไม่ใช่คนที่สมครตาย โลกนี้ก็ไม่มีใครสมควรตายอีก!!
ครู่ต่อมาหลิ่วเฟิงกู่ก็เอ่ยคำลา ก่อนที่จะเหินร่างจากไป
ต้วนหลิงเทียนเองก็กลับเข้าไปในห้องโถง และใช้ยันต์อมตะเก็บความทรงจำที่เขาไปตระเวนซื้อมาในเมืองเฉวี่ยโยวต่อ…
‘การจารึกยันต์อมตะนั้นไม่ได้ยุ่งยากเท่าการหลอมโอสถทิพย์หรืออุปกรณ์อมตะ เพราะไม่ต้องใช้เพลิงอมตะที่เป็นสมบัติฟ้าดินอันยากพบเจอแต่อย่างใด…ขอเพียงบรรลุด่านพลังตั้งแต่จินเซียนขึ้นไปและใช้เวลาศึกษามันมากพอก็สามารถจารึกอาคมได้…’