ทันใดนั้นเอง อยู่ๆหลิ่วเฟิงกู่ก็มองจ้องต้วนหลิงเทียนด้วยสีหน้าแววตาจริงจัง “ถึงแม้ข้าจักไม่รู้ว่าเจ้าเชี่ยวชาญเวทย์พลังและวรยุทธ์อมตะระดับใดบ้าง…แต่หากพิจารณาจากเรื่องที่เจ้าสามารถเอาชนะเหมียวไหลหลงได้แล้ว เช่นนั้นไม่ว่าจะเป็นเวทญ์พลังสนับสนุน เวทย์พลังจู่โจม ทั้งวรยุทธ์อมตะที่เจ้าฝึกปรือ ทั้งหมดสมควรอยู่เหนือระดับสวรรค์!!
นี่คือการคาดเดาของหลิ่วเฟิงกู่
แน่นอนว่าที่หลิ่วเฟิงกู่คาดเดาไปแบบนั้น เพราะมันมองว่าด่านพลังฝึกปรือของต้วนหลิงเทียนอย่างมากก็คงเป็นได้แค่เซียนอมตะสวรรค์จันทร์แสดเท่านั้น
“เจ้าเมือง ท่านเดาผิดแล้ว…”
ได้ยินคำพูดของหลิ่วเฟิงกู่ ต้วนหลิงเทียนก็ส่ายหัวไปมา “ในบรรดาเวทย์พลังและวรยุทธ์อมตะที่ข้ามีนั้น มีเพียงแค่เวทย์พลังสนับสนุนของข้าเท่านั้นที่มีระดับสวรรค์ ส่วนอย่างอื่นไม่ว่าจะเป็นเวทย์พลังจู่โจมหรือวรยุทธ์อมตะนั้น…ล้วนอยู่ในระดับปฐพีทั้งสิ้น”
“เป็นไปได้อย่างไรกัน?!”
หลิ่วเฟิงกู่มองไปยังต้วนหลิงเทียนด้วยสายตาเหลือเชื่อ “เจ้าพึ่งจะขึ้นมายังหลิงหลัวเทียนได้แค่เดือนครึ่งเท่านั้น…อีกทั้งตอนเกิดเรื่องเมื่อเดือนที่แล้วเจ้าก็ยังพึ่งเข้าร่วมค่ายกองทัพมังกรดำ เช่นนั้นให้เจ้ามีพรสวรรค์ทั้งศักยภาพสูงส่งเพียงใด แต่อย่างดีระดับบ่มเพาะของเจ้าเมื่อเดือนก่อน เต็มที่ก็ทะลวงได้ถึงแค่เซียนอมตะสวรรค์จันทร์แสดเท่านั้น…”