ในขณะเดียวกันกับที่สตรีร่างใหญ่ปรากฏขึ้น นอกเหลาก็เริ่มมีเสียงดังเซ็งแซ่พูดคุยกันไม่หยุด ทำให้คิ้วข้างหนึ่งของต้วนหลิงเทียนอดโค้งขึ้นไม่ได้
นี่ทหารทั้ง 10 ของเขาถึงกับกล้าเลือกมาดื่มกินในเหลาอาหารที่เปิดขึ้นโดยคนในครอบครัวของผู้บัญชาการกองทัพมังกรเงินเชียวหรือ?
กลัวไม่มีเรื่องหรือยังไง?
“ยังมีขาอีกข้าง”
อย่างไรก็ตามแม้จะรับทราบแล้วว่า สตรีร่างถึกทึนปานขุนเขาหนั่นเนื้อนั่น เป็นถึงน้องสาวผู้บัญชาการกองทัพมังกรเงิน แต่ต้วนหลิงเทียนก็ไม่คิดเลิกราแต่อย่างใด พอกล่าวจบคำร่างเขาก็โจนทะยานออกไปปานพญาอินทรีย์!
ฟั่ฟ! ฟั่ฟ! ฟั่ฟ! ฟั่ฟ! ฟั่ฟ!
…
ในขณะที่ร่างต้วนหลิงเทียนโจนทะยานออกไปปานพญาอินทรีย์ ใต้ฝ่าเท้าของเขาก็ปรากฏกระบี่เล่มเขื่องที่ควบสร้างขึ้นจากรังสีกระบี่ เสียงกระบี่หอนเสียดหูแว่วดังขึ้นในฉับพลัน!
ไม่ทันที่ผู้คนจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ร่างต้วนหลิงเทียนที่โจนทะยานออกไปราวพญาอินทรีย์ก็อันตรธานหายไปต่อหน้าต่อตา ก่อนที่จะกลับมาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าทหารทั้ง10 ใต้บัญชาอีกครั้งตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่ทราบ…
ที่สำคัญคือเขาไม่ได้กลับมาคนเดียว
ในมือยังหอบหิ้วร่างคนผู้หนึ่งเอาไว้!
พิกลนักที่ร่างคนผ็นี้กลับเป็นหยางกงผิง แม่ทัพของกองทัพมังกรเงินที่เมื่อครู่ยังอยู่ในอ้อมแขนของสตรีร่างใหญ่!
“กงผิง!!”