เพราะสูงขึ้นไปบนฟ้าเหนือหุบเขาเทพสงคราม กลางหาวปรากฏร่างชายหนุ่มชุดม่วงยืนบนกระบี่เล่มเขื่องราวเทพเจ้า
เบื้องล่างนั้น เป็นเจี่ยนชิวผิงที่มือสั่นระริก ง่ามมือปริฉีกโลหิตไหลย้อยหยดลงไม่หยุด!
ไม่เพียงเท่านั้น
เจี่ยนชิวผิงในตอนนี้ได้กระเด็นถอยออกมาหลายสิบก้าว สีหน้าของมันเริ่มเปลี่ยนเป็นเขียวสลับขาวทำราวกับท้องฟ้าพังทลายลงมา
“อั๊ค…”
ด้วยเพราะรับทราบว่าสายตาจำนวนมากกำลังจับจ้องมองมา เจี่ยนชิวผิงจึงพยายามกล้ำกลืนไว้เต็มที่ หากแต่สุดท้ายก็ทนไม่ไหวจำต้องกระอักโลหิตออกมาคำใหญ่
ก้อนเลือดที่มันกระอักออกมาเมื่อร่วงตกฟ้าต้องลม ก็เริ่มแตกซ่านกระเซ็นก่อเกิดเป็นบุปผาโลหิตเบ่งบานกลางหาว สะท้อนแสงอัสดงทอประกายระยับ…
“เอ่อ…”
“แต่ต้นจนจบแม่ทัพต้วนไม่ได้ลงมือเคลื่อนไหวอะไรแม้แต่น้อย…อาศัยแค่การป้องกันอยู่เฉยๆก็ทำให้ไป่ฟูฉางเจี่ยนบาดเจ็บหนักขนาดนั้นแล้วหรือ?”
“ก่อนหน้าเป็นเพราะนายกองไม่ได้ลงมือเต็มกำลังจึงแพ้พ่าย…แต่เมื่อครู่ อารามโทสะ นายกองสมควรลงมือด้วยพลังทั้งหมดแล้วไม่ผิดแน่…แต่มิคาดไม่เพียงทำอะไรแม่ทัพต้วนไม่ได้เลย ยังบาดเจ็บหนักเช่นนั้นอีก!?”
“พระช่วย…! แม่ทัพต้วนหลิงเทียนไฉนร้ายกาจได้ถึงขนาดนี้เล่า!?”
…
ในหุบเขาเทพสงคราม เหล่าทหารกองทัพมังกรดำที่ฟื้นคืนสติแล้ว พอมองไปยังต้วนหลิงเทียนอีกครั้ง แววตาของพวกมันก็ฉายชัดถึงความตกตะลึงเหลือเชื่อ