เมื่อเห็นว่าบนโต๊ะมีหินอมตะระดับต่ำกองอยู่ราวๆ 20-30 ชิ้น สองตาของบริกรหนุ่มก็ลุกวาวสว่างจ้าขึ้นมาทันที มือขวาพุ่งไปกวาดหินเซียนอมตะที่ต้วนหลิงเทียนให้มาเก็บไว้ว่องไว ค่อยผายมือเชื้อเชิญต้วนหลิงเทียนด้วยใบหน้าแย้มยิ้ม
และมันก็ทำตามคำขอต้วนหลิงเทียน หาห้องส่วนตัวที่ค่อนข้างเงียบให้
“มิทราบท่านลูกค้าผู้มีเกียรติอยากรับอะไรเพิ่มดีขอรับ ทางเรามี…”
หลังได้รับทิปจากต้วนหลิงเทียน บริกรก็แลดูมีอัธยาศัยดีขึ้นมาทันตาเห็น ไม่เพียงใบหน้าแย้มยิ้มอารมณ์ดี ยังเรียกหาต้วนหลิงเทียนอย่างสุภาพว่าท่านลูกค้าผู้มีเกียรติ ทีท่าไม่ขาดการประจบประแจง
“เรื่องอาหารไม่รีบ…พอดีข้ามีอะไรอยากจะถามเจ้านิดหน่อย”
สองตาต้วนหลิงเทียนกระพริบทอแสงวาบหนึ่ง เปิดประตูเห็นภูผาถามออกตรงๆ
นี่เป็นอีกวิธีที่ใช้หาข่าวได้อย่างดี
เหล่าเสี่ยวเอ้อในเหลาอาหารนั้น จะขึ้นเหนือล่องใต้หรือลี้ลับเพียงใด รู้หมด! แม้ไม่ทราบว่าไฉนผู้ประกอบวิชาชีพนี้ถึงได้รู้มากกว่าใครเขา แต่ข้อมูลที่ได้จากปากเสี่ยวเอ้อ คือเรื่องที่ทันเหตุการณ์เป็นที่สุดแน่นอน…ต้วนหลิงเทียนจึงคิดจะขุดเรื่องที่เขาอยากรู้ออกมาจากมันให้หมด
“มิทราบท่านลูกค้าผู้มีเกียรติต้องการทราบสิ่งใดขอรับ”
เสี่ยวเอ้อกล่าวถามด้วยรอยยิ้ม
“หากข้ามองไม่ผิด…เจ้าสมควรเป็นชนพื้นเมืองของหลิงหลัวเทียนใช่หรือไม่?”
ต้วนหลิงเทียนกล่าวถาม