เพียงหนึ่งห้วงคิด ค่ายกลกระบี่ที่ทะยานข้ามฟ้าไปพลันเปล่งพลังอำนาจลี้ลับออกมาในฉับพลัน เป็นกลิ่นอายพลังลี้ลับยากหยั่งถึงนัก!
ซัว! ซัว! ซัว! ซัว! ซัว!
…
และเมื่อกลิ่นอายพลังลี้ลับดังกล่าวแพร่กระจายออกไป ก็เสมือนมีพลังอำนาจลึกล้ำหนึ่งกระทำต่ออาวุธในมือไป่ฟูฉางทั้งสอง สุดท้ายก็ฉกชิงอาวุธของไป่ฟูฉางทั้ง 2 มาอย่างหน้าด้านๆ!
“มือข้า! นี่มันอะไรกัน!?”
“ดาบข้า! ไฉนจึงได้!?”
จนเมื่อดาบและกระบี่ในมือเปล่งพลังทำร้ายมือจนหลั่งเลือดทั้งดิ้นหลุดมือของพวกมันไปได้พักหนึ่ง พวกมันจึงค่อยฟื้นสติจากอาการตกตะลึง สีหน้าเปลี่ยนไปเป็นมืดคล้ำ แววตายังเผยความเหลือเชื่อไม่หาย
พวกมันตระหนักได้
ว่ามีพลังอำนาจอันร้ายกาจสุดต้านทานประการหนึ่ง มาบังคับฉกชิงอาวุธไปจากมือของพวกมันหน้าด้านๆ!
แต่ต้นจนจบสิ้นกระบวนการฉกชิง พวกมันไม่อาจต้านทานใดๆได้เลย!
กระทั่งพวกมันลองคิดเก็บอาวุธลงแหวนพื้นที่ก็แล้ว…
หากแต่พลังลึกลับดังกล่าวได้ตัดการเชื่อมต่อระหว่างมันกับอาวุธคู่กายโดยตรง ทำให้พวกมันไม่อาจควบคุมเก็บอาวุธลงแหวนได้เลย!
ปง! ปง! ปง! ปง! ปง!
…
หลังจากศาสตราทั้ง 2 ของไป่ฟูฉางถูกฉกชิงไป ตอนนี้เองคลื่นดับทั้งคลื่นกระบี่ของไป่ฟูฉางทั้งคู่ก็ได้ปะทะเข้ากับค่ายกลกระบี่ของต้วนหลิงเทียนแล้ว กลางฟ้าบังเกิดการระเบิดสนั่นหวั่นไหวขึ้น!
หลังการระเบิดจบลง ก็อุบัติเป็นคลื่นลมแรงดั่งมหาพายุกวาดซัดออกไปโดยรอบ