“เป็นไปไม่ได้เลยที่อัจฉริยะจากขุมพลังยักษ์ใหญ่หรือมหาอำนาจจักไม่ล่วงรู้แม้แต่เรื่องงระดับพลังพื้นฐาน!”
“เช่นนั้นก็มีความเป็นไปได้เพียงประการเดียวเท่านั้น…ตอนมันอยู่ในระนาบโลกียะ ไม่พ้นต้องได้เคยผจญภัยจนได้รับวาสนาอย่างวรยุทธ์กับเวทย์พลังนั่นโดยบังเอิญ!”
…
ไม่นานชายในชุดเกราะสีเงินทั้ง 7 ก็เริ่มหารือกัน
สุดท้ายพวกมันก็เห็นพ้องต้องกันเป็นเอกฉันท์
ว่าชายหนุ่มชุดม่วงที่พึ่งขึ้นสวรรค์มาใหม่คนนี้ สิบในสิบล้วนเป็นอัจฉริยะที่เคยพบพานวาสนาโดยบังเอิญในระนาบโลกียะ! และสมควรไร้ภูมิหลังยิ่งใหญ่อันใดสิบส่วนเต็ม!!
เรียกว่ามองไปยังต้วนหลิงเทียนอีกครั้ง สายตาของพวกมันก็เริ่มเปี่ยมไปด้วยความโลภ!
“ขอบเขตเซียนอมตะสวรรค์นั้น สามารถแบ่งย่อยได้เป็น 7 ขั้น…และถูกเรียก 7 ขั้นเซียนอมตะสวรรค์”
ไม่นานชายวัยกลางคนในชดเกราะสีเงินก็เริ่มกล่าวอธิบายออกมาให้ต้วนหลิงเทียนฟัง
“ด่านพลังเซียนอมตะสวรรค์ทั้ง 7 ขั้นนั้นถูกแบ่งออกเป็น เซียนอมตะสวรรค์จันทร์แดง เซียนอมตะสวรรค์จันทร์แสด เซียนอมตะสวรรค์จันทร์เหลือง เซียนอมตะสวรรค์จันทร์เขียว เซียนอมตะสวรรค์จันทร์น้ำเงิน เซียนอมตะสวรรค์จันทร์คราม และสุดท้ายก็คือเซียนอมตะสวรรค์จันทร์ม่วง…ซึ่งมันจะสอดคล้องกับระดับพลัง เซียนอมตะเสเพล 3 4 5 6 7 8 9 ทัณฑ์ในระนาบโลกียะ”
‘หืม? จันทร์แดง…ด้านหลังคือสีรุ้งงั้นเหรอ?’