กล่าวได้ว่าในบริเวณสระกำเนิดเซียนอมตะและละแวกใกล้เคียง มีแต่เขากับชายหนุ่มร่างท้วมในเกราะสีเงินเท่านั้นที่มีสติ…
และทันทีที่ต้วนหลิงเทียนลืมตาขึ้นมา เขาก็สัมผัสได้ถึงสายตาดุร้ายของหวังเวยที่จ้องมาทันที ช่างเยียบเย็นราวกับทนรอฉีกร่างเขาให้แลหเป็นชิ้นไม่ไหวแล้ว!
อย่างไรก็ตามต้วนหลิงเทียนเพียงเหลือบมองมันด้วยสายตาเฉยเมย ก่อนที่จะเริ่มตั้งสมาธิกับการเพ่งพินิจชีพจรสวรรค์ 99 สายในร่างสืบต่อ
‘พูดกันตามตรง…อาสามไม่มีความจำเป็นอะไรที่ต้องหลอกข้าเลย แล้วทำไมไม่ได้เรื่องอะไรเลยเล่า…’
ต้วนหลิงเทียนได้แต่เผยยิ้มขื่นขม
‘จริงสิ!’
ทว่าทันใดนั้นเองคล้ายฉุกคิดอะไรได้ สองตาต้วนหลิงเทียนพลันทอประกายสว่างจ้าขึ้นมาวาบหนึ่ง ‘อาจเป็นเพราะปริมาณพลังที่ข้าดูดซับเองมันไม่พอ…ลองปรับใช้ปฐมเวทย์กลืนกินดูดซับพลังดู’
‘หลังจากใช้ปฐมเวทย์กลืนกิน ปริมาณพลังที่ข้าดูดซับจากสระกำเนิดเซียนอมตะก็สมควรเพิ่มขึ้นอย่างมาก…9 ใน 10 ส่วนสมควรส่งผลกระทบอะไรให้ชีพจรสวรรค์ในร่างข้าได้แน่’
คิดถึงจุดนี้ ต้วนหลิงเทียนก็หลับตาลงอีกครั้ง และใช้ปฐมเวทย์กลืนกินออกมาทันที
วังวนพลังดูดรั้งสีดำพลันอุบัติขึ้นรอบกายเขา
แต่เพราะในสระกำเนิดเซียนอมตะแห่งนี้มันตลบฟุ้งไปด้วยไอหมอกขาว เช่นนั้นหวังเวยที่อยู่นอกสระจึงไม่อาจแลเห็นสิ่งใด
อย่างไรก็ตามหวังเวยอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว
เพราะมันสามารถเห็นได้ชัดเจน