“หวังเวย…ไอ้เจ้าหนุ่มในชุดม่วงที่เจ้าบอกว่าอยู่กลางหมอกนั่นมันเป็นใครกันแน่? ทุกเรื่องราวไม่พ้นเกิดจากมันแน่…เพราะไอหมอกในสระกำเนิดเซียนอมตะไปกระจุกอยู่ที่รอบๆตัวมันแค่คนเดียว ไม่ฟุ้งกระจายไปที่ใดเลย! ข้ารู้สึกว่าสาเหตุที่ทุกคนไม่กลายเป็นเซียนอมตะสวรรค์เสียทีล้วนเกี่ยวข้องกับมัน”
…
จังหวะนี้สองตาของร่างในชุดเกราะสีเงินผู้มาใหม่ทั้ง 3 ได้แต่หันไปมองถามหวังเวยด้วยความงุนงง
พวกมันเองก็มาเฝ้ารอได้สักพักแล้ว และได้รู้เหตุผลว่าไฉนหวังเวยจึงเฝ้ารออยู่ที่นี่
“พวกเจ้าก็คิดมากเกินไป…อาศัยแค่ครึ่งก้าวเซียนอมตะที่พึ่งมาจากระนาบโลกียะ จะมีปัญญาส่งผลกระทบอันใดต่อกระบวนการบรรลุถึงเซียนอมตะสวรรค์ของผู้อื่นได้?”
หวังเวยมองไปไอหมอกขาวหนาเต็มกระจุกหนึ่งที่ปกปิดร่างชายหนุ่มชุดม่วงเอาไว้ด้วยสายตาหยันหยาม กล่าวออกด้วยความดูแคลน
“เจ้ากล่าวก็มีเหตุผล…แต่ยังมีผู้ใดอธิบายเรื่องนี้ได้?”
“ข้าคิดว่านี่ไม่ใช่แค่เรื่องบังเอิญ”
“น่าเสียดายที่สำนึกเทวะของพวกเรามิอาจแผ่ลงไปในสระกำเนิดเซียนอมตะได้…หาไม่แล้วพวกเราสมควรรับทราบสถานการณ์ด้านในที่แน่ชัด…ว่าทั้งหมดใช่เกิดจากเจ้าหนุ่มชุดม่วงหรือไม่”
…
ชายวัยกลางคนกับชายหนุ่มทั้ง 2 อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วหลังได้ยินคำตอบของหวังเวย
ต้วนหลิงเทียนเองก็ไม่ได้รู้เรื่องราวภายนอกเลย