เหล่าเซียนอมตะสวรรค์หน้าใหม่ที่ขึ้นมายืนรอคำสั่งหวังเวยอย่างเรียบๆร้อยๆแล้ว ก็พากันหันมองย้อนกลับไปยังสระกำเนิดเซียนอมตะ เพื่อชมดูต้วนหลิงเทียนด้วยความสนใจทันที
ต้วนหลิงเทียนตอนนี้ ยังคงยืนหัวโด่ในสระกำเนิดเซียนอมตะ ท่ามกลางเหล่าครึ่งก้าวเซียนอมตะที่ยังไม่ได้สติ จึงแลดูโดดเด่นเป็นพิเศษ…
“ไอ้หนู…เจ้าเหลือแค่ลมหายใจเดียว”
หวังเวยเองก็คิดไม่ถึงจริงๆว่ายังจะมีคนกล้าไม่ขึ้นมาตามสั่ง พาลให้หน้าของมันเปลี่ยนเป็นถมึงทึงทันที
“หากข้าพูดจบแล้วเจ้ายังกล้าไม่ไสหัวขึ้นมา…ข้าจักตัดแขนตัดขาเจ้าอย่างละข้าง ทั้งยังจะย่ำเหยียบหน้าขาวๆของเจ้าให้แหลกคาตีน!”
กล่าวถึงท้ายประโยค หวังเวยที่มองจ้องหน้าหล่อๆของต้วนหลิงเทียนที่มีอานุภาพล่อลวงสตรีน้อยใหญ่นับหมื่นพันด้วยแววตาอิจฉาริษยา แลดูเกรี้ยวกราดขึ้นกว่าเดิมเป็นเท่าตัว!
เพราะหากเทียบกับใบหน้าหล่อๆของต้วนหลิงเทียนแล้ว หน้าตาของมันดั่งฟ้ากลั่นแกล้งก็ไม่ปาน…
ถึงแม้ว่าในฐานะเซียนอมตะคนหนึ่งของระนาบเทวโลก การจะใช้พลังเปลี่ยนแปลงใบหน้าให้แลดูดีขึ้นก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร
อย่างไรก็ตามมีแค่ไม่กี่คนเท่านั้นที่กระทำเช่นนั้น
เพราะไม่ใช่เรื่องยากที่จะถูกผู้อื่นมองออก สุดท้ายก็ไม่พ้นต้องกลายเป็นเรื่องชวนหัวของผู้อื่น…
ด้วยเหตุนี้หลายคนแม้หน้าตาจะแลดูอัปลักษณ์แต่ก็ยังคงรูปลักษณ์เดิมไว้ ด้วยไม่อยากตกเป็นขี้ปากผู้อื่น…
“หืม?”