ทุกๆรอบหมื่นปีจะบังเกิดความปั่นป่วนเกิดขึ้น และความปั่นป่วนดังกล่าวจะดำรงอยู่ราวๆพันปี
(เคยลงไว้ว่าล้านปี แต่ดูเหมือนผมจะดูผิด มันว่านเหนียนเฉยๆ ไม่ใช่ไปว่านเหนียน,ร้อยหมื่นปี)
กล่าวได้ว่า…
โอกาสที่จะพบกับความผันผวนของมหาสหัสโลกธาตุได้นั้น มีเพียงแค่หนึ่งในสิบเท่านั้น
…
ต้องกล่าวได้ว่าต้วนหลิงเทียนโชคดีอยู่บ้าง
ความผันผวนของห้วงมิติในรอบหมื่นปีที่จะคงอยู่ต่อไปพันปีของมหาสหัสโลกธาตุนั้น พึ่งเกิดขึ้นได้ไม่ทันถึงหนึ่งปีด้วยซ้ำ!
ดังนั้นการขึ้นสู่ระนาบเทวโลกของต้วนหลิงเทียนครั้งนี้ ก็ไม่ใช่ว่าจะได้โผล่ขึ้นไปยังอวี้หวงเทียน…
และในระหว่างที่ถูกพลังเซียนอมตะชักนำขึ้นสวรรค์ฉุดดึงออกจากระนาบโลกียะเพื่อไปยังระนาบเทวโลกนั้น สติของต้วนหลิงเทียนก็ดับไปตลอดทาง ไม่ทราบเลยว่าระหว่างทางได้เกิดอะไรขึ้นบ้าง
พอเขากลับมามีสติอีกครั้ง เขาก็พบว่าตัวเองได้อยู่ในสระน้ำแห่งหนึ่งที่มีไอหมอกขาวตลบอบอวลเสียแล้ว
‘ที่นี่คือ…’
หลังได้สติต้วนหลิงเทียนก็รีบหันมองไปรอบๆทันที และพบว่าสระน้ำที่เขาอยู่นั้น มีขนาดใหญ่โตพอๆกับสนามฟุตบอลในโลกเก่าของเขา
ยิ่งไปกว่านั้น ห่างไปจากเขาไม่ไกลก็มีร่างที่ทยอยกันปรากฏตัวขึ้นทีละคนๆ
หลังจากที่ร่างทั้งหลายปรากฏตัว ทั้งหมดก็อยู่ในสภาพหลับตาราวกับสลบไสลอยู่…