‘จริงสิ! ก่อนที่ข้าจะขึ้นไป ต้องทิ้งข้อความบอกซูหลี่กับพี่จื่อก่อน ไม่งั้นทั้งคู่คงหากันให้วุ่นแน่ เพราะไม่รู้ข้าหายไปไหน…’
เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ ต้วนหลิงเทียนพลันสะบัดมือฉับไว เรียกป้ายหยกออกมา 2 ชิ้น เขาเร่งบันทึกข้อความลงไป จากนั้นก็จ่ายพลังใส่ป้ายหยก กระตุ้นให้มันพุ่งทะยานเป็นลำแสง พุ่งออกจากห้องเขาไปทางหน้าต่างทันที
ต่อมาต้วนหลิงเทียนก็สัมผัสได้ว่าพลังเซียนอมตะชักนำขึ้นสวรรค์ที่ห่อหุ้มร่างเขาได้ทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ และสติเขาก็พร่าเลือนใกล้ดับไปเต็มที…
“ข้ากำลังจะขึ้นไปแล้ว…”
เผชิญกับสถานการณ์ดังกล่าวต้วนหลิงเทียนรู้ได้ตามสัญชาตญาณว่าเขากำลังจะหายไปจากระนาบโลกียะแล้ว!
เพราะไม่เพียงแต่สติเขาเจียนดับลง…
แต่เขาสัมผัสได้ว่าพลังเซียนอมตะที่ห่อหุ้มร่างเขาไว้ คล้ายกำลังจะพาเขาไปที่ไหนสักแห่ง!
“หืม?”
แต่ในขณะที่พลังเซียนอมตะชักนำขึ้นสวรรค์ได้ปะทุพลังออกมาสูงล้ำคล้ายกำลังจะฉุดร่างเขาให้อันตรธานหายไปนั้น ต้วนหลิงเทียนอดไม่ได้ที่จะผงะ!
นั่นเพราะเขาตระหนักได้ว่าพลังที่กำลังพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ และสติเขากำลังจะดับไปเต็มทีนั้น…อยู่ๆทุกสิ่งอย่างกลับหยุดกกึกลง! แถมพลังดังกล่าวยังฮวบหายไปไหนไม่ทราบ ราวกับถอยไปพันลี้ในหนึ่งก้าว!!
จากนั้นพลังที่ครอบงำร่างเขาก็เริ่มอ่อนโทรมลงอย่างเห็นได้ชัด
ส่วนพลังบางประการที่คล้ายจะฉุดดึงเขาไปที่ไหนสักแห่งก็หายไปไร้ร่องรอย…