“ไม่ผิดแน่ ต้วนหลิงเทียนพึ่งเอาคนชื่อซูหลี่มาขู่ตระกูลกงซุนของพวกเรา…ยังกล้ากล่าวว่าหากไม่พบเจอซูหลี่ที่มีสภาพสมบูรณ์ภายในหนึ่งเค่อ มันจะทำลายตระกูลกงซุนของพวกเราให้ราบ!”
“จริงด้วย ก่อนหน้ามันประกาศกร้าวออกมาแบบนั้นจริงๆ”
…
เมื่อนึกย้อนไปถึงเสียงประกาศดังไปทั้งดาวของต้วนหลิงเทียนก่อนหน้า ผู้คนทั้งหลายก็เดาได้ทันทีว่าชายหนุ่มที่กงซุนเวิ่นเทียนหอบหิ้วอยู่ สมควรเป็นเป้าหมายการมาครั้งนี้ของต้วนหลิงเทียน!
“ว่าแต่มีผู้ใดรู้บ้างว่านี่มันเรื่องอะไรกันแน่?”
“ซูหลี่ผู้นี้ที่แท้เป็นใครกันแน่ ไฉนต้วนหลิงเทียนถึงต้องมาตามหาตัวมันด้วย?”
“อีกทั้งดูแล้ว…ซูหลี่ผู้นี้สมควรไม่ใช่คนของตระกูลกงซุนแน่ๆ หาไม่แล้วทางตระกูลกงซุนคงไม่ทรมานมันแบบนั้น”
…
หลายคนเริ่มหันมองถามคนข้างๆด้วยสายตาสงสัย หากแต่ที่ทั้งหมดได้รับก็คือการส่ายหน้าไปมาด้วยท่าทางว่างเปล่า บ่งบอกว่าไม่มีใครรู้เรื่องราวใดๆเลย และทั้งหมดก็ได้แต่พากันสงสัยนัก ว่าไฉนยอดฝีมืออันดับ 1 ของระนาบเหยียนหวงต้องจับชายหนุ่มผู้นั้นด้วย…
เพราะมองจากสภาพและท่าทีแล้ว ทำราวกับกำลังใช้ชายหนุ่มผู้นั้นเป็นตัวประกันเพื่อข่มขู่ต้วนหลิงเทียน!
แน่นอนว่าคนที่สงสัยและไม่เข้าใจเรื่องนี้ไม่ใช่แค่คนนอกเท่านั้น
กระทั่งเหล่าสมาชิกของตระกูลกงซุนเองก็พากันหันรีหันขวางถามไถ่กันใหญ่ ด้วยไม่ทราบว่านี่มันเรื่องอะไรกันแน่…
“ตกลง…นี่มันเรื่องอะไรกันแน่?”