“น้องหลิงเทียน เจ้าเอาจริงหรือ?”
เซียนหยวนจื่อถึงกับเบิกตาโพลง กล่าวถามออกมาด้วยท่าทางเหลือเชื่อเล็กน้อย “แพะเฒ่าน่าตายของตระกูลกงซุนผู้นั้น…มันบ่มเพาะร่างควบแนนวิญญาณ…”
“แล้วยังไง?”
ต้วนหลิงเทียนกล่าวถามออกมาด้วยน้ำเสียงเฉยเมย คล้ายไม่ได้สนใจเรื่องที่อีกฝ่ายจะเป็นหรือไม่เป็นผู้บ่มเพาะร่างวิญญาณควบแน่น!
เมื่อเห็นสีหน้าสงบไม่แปรเปลี่ยนของต้วนหลิงเทียนแต่ต้นจนจบ ราวกับไร้ซึ่งความหวาดกลัวใดๆในตัวเซียนอมตะเสเพล 9 ทัณฑ์ของตระกูลกงซุนที่บ่มเพาะร่างวิญญาณควบแน่น เซียนหยวนจื่อพลันตระหนักเรื่องราวได้ประการหนึ่ง…
ต้วนหลิงเทียนสมควรมีอะไรบางอย่างให้พึ่ง!
สำหรับเรื่องที่ต้วนหลิงเทียนจะทำอย่างไรนั้น มันไม่อาจทราบได้!
“ในเมื่อน้องหลิงเทียนตัดสินใจแล้ว เช่นนั้นข้าจักนำเจ้าไป…”
เซียนหยวนจื่อกล่าว “ไม่ว่าจะอย่างไรอาวุโสซูหลี่ก็คืออาคันตุกะอาวุโสของวังเซียนหยวนเรา แต่แพะเฒ่าน่าตายของตระกูลกงซุนนั่นกลับมาชิงตัวไปต่อหน้าต่อตาข้า!”
กล่าวถึงประโยคท้าย สองตาเซียนหยวนจื่อก็ฉายแววเย็นชาราวกับจะดื่มกินเลือดเนื้อผู้คน
…
ด้วยตระกูลกงซุนมีตัวตนที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นยอดฝีมืออันดับ 1 ของระนาบาเหยียนหวง เช่นนั้นพวกมันจึงไม่ได้เก็บตัวแต่อย่างใด