ที่สำคัญที่สุดก็คือ วิชาลี้โลหิตมารฟ้านั้น ผลข้างเคียงหลังใช้งานไม่ได้ร้ายแรงหนักหนาอะไร! มันเป็นวิชาที่จะรีดเค้นพลังผู้ใช้ให้สูงขึ้นถึง 10 เท่าในชั่วพริบตา เพื่อแปรสภาพร่างเป็นหมอกโลหิตแล้วหลบหนีไป หลังสิ้นอานุภาพก็เพียงทำให้ผู้ใช้ตกอยู่ในสภาวะอ่อนแอและยากจะฟื้นคืนได้ในเวลาอันสั้นเท่านั้น ไม่ได้ส่งผลถึงรากฐานและมีผลเสียตกค้างแต่อย่างใด…
“ปกติแล้ว…ผู้ที่ฝึกวิชาลี้โลหิตมารฟ้าสำเร็จ จะไม่มีทางใช้ออกเด็ดขาดยกเว้นก็แต่จะเจอสถานการณ์คับขันอันตรายไร้ทางรอดแล้วเท่านั้น เพราะเมื่อใช้ออกย่อมหมายความว่าต้องใช้เวลาสักพักกว่าร่างกายจะฟื้นฟูกลับมาดังเดิม!”
“คิดไม่ถึงจริงๆว่าใต้เท้าอู๋จี๋กลับฝึกวิชาลี้โลหิตมารฟ้าได้สำเร็จ…ที่ชวนให้ตกใจกว่าคือท่านกลับต้องใช้ลี้โลหิตมารฟ้าออกมาจริงๆ นี่หมายความว่าเมื่อครู่สถานการณ์ของท่านสุ่มเสี่ยงถึงตาย!”
“สถานการณ์ท่านสุ่มเสี่ยงถึงตาย? เจ้า…เจ้าจะบอกว่าเมื่อครู่ต้วนหลิงเทียนเกือบฆ่าใต้เท้าอู๋จี๋ได้งั้นหรือ?”
“สมควรเป็นเช่นนั้น!”
…
เหล่าสมาชิกเผ่าปีศาจทั้งหลายที่กำลังตกตะลึงกับวิชาลี้โลหิตมารฟ้าของอู๋จี๋ พอตระหนักได้ว่าไฉนอีกฝ่ายถึงได้ใช้มันออกมาก็ทำให้สีหน้าทุกคนแปรเปลี่ยนเป็นตื่นตระหนกทันที..
“ลี้โลหิตมารฟ้า?”
ต้วนหลิงเทียนยักคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ค่อยหยีตามองชายชราอันเป็นยอดฝีมืออันดับ 1 ของเผ่าปีศาจ “น่าสนใจดีนี่…”