ได้สนใจ “โง่เอ๊ย เห็นเจียงผิงอันเป็นเซียนหรือไร?”
“ไม่ว่าเขาจะแข็งแกร่งแค่ไหน เขาก็แค่คนคนหนึ่ง ยอดฝีมือผู้ใดในตระกูลข้าก็ฆ่าเขาได้แล้ว”
ชายชราผู้หนึ่งเดินเข้ามากล่าวกับฉางซุนหลง “เรือเหาะก าลังจะออกเดินทาง เตรียมตัวให้ดี ครั้งนี้สินค้าส าคัญมาก ต้องไม่เกิดปัญหาใด”
“ช่วงนี้มีโจรกลุ่มหนึ่งชื่อสมาพันธ์พยัคฆ์ด าปรากฏขึ้น ข้าได้ยินว่าหัวหน้าสมาพันธ์เป็นอดีตหัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้างพยัคฆ์ด า ยอด
ฝีมือขอบเขตบูรณาการ แต่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ยอดฝีมือในกลุ่มทหารรับจ้างตายกันหมด ยอดฝีมือผู้นี้จึงตั้งสมาพันธ์พยัคฆ์ด านี้ขึ้นอีก ระวังด้วย”
ฉางซุนหลงโบกมือพลางพูดอย่างเหลืออด “ท่านพ่อ ท่านพูดเช่นนี้แปดรอบแล้ว เราจะดวงแย่อะไรขนาดนั้นเล่า?”
“ต่อให้เราเจอเข้าจริง ๆ ก็แค่ขานแซ่แสดงตระกูลเรา ต่อให้มีความกล้าสักร้อยเท่า พวกเขาก็ไม่กล้าแตะต้องเราหรอก”
ชายชรามองท่าทีของบุตรชายแล้วถอนใจอย่างอับจน
ช่างเถอะ บุตรผู้นี้อายุเพียงสี่ร้อยกว่า นับว่ายังเด็ก เมื่อเขาเติบโต ก็จะไม่โอหังเช่นนี้ไปเอง
ไม่นานจากนั้น เรือเหาะก็ออกเดินทาง ค่ายกลมิติอันปกคลุมรายล้อมวูบไหว หนึ่งแสงสีขาววาบขึ้น แล้วเรือเหาะก็หายลับข้ามมิติ
เจียงผิงอันกังวลว่าตัวตนจะถูกเปิดโปง เขาจึงไม่ได้ไปหาหนิงโหยว อีกอย่าง ทั้งสองหามีธุระใดต่อกันไม่
เขาเข้าห้องพัก ศึกษาวิญญาณร้ายในจุดชีพจรต่อไป
นับแต่ร่างต้นฝึกฝนคัมภีร์มารอัสนี เขาก็ดึงดูดวิญญาณร้ายมหาศา