ถึงแม้จะยังไม่เชื่อ่าชายหนุ่มชุดม่วงเบื้องหน้าเป็นหมาป่าโลหิตหลิงเทียนแน่หรือไม่ แต่เมื่อเห็นอีกฝ่ายทำความเคารพแบบทหารมา หลงเจิ้นกั๋วก็ตะเบ๊ะกลับไปทันที
“ไม่วาจะรูปร่างหน้าตาของเธอ…มันไม่มีอะไรเหมือนกับหมาป่าโลหิตแม้แต่นิดเดียว…แล้วเธอจะพิสูจน์ได้ไงว่าเป็นเขา?”
หลงเจิ้นกั๋วมองจ้องต้วนหลิงเทียนพลางถามออกมาด้วยน้ำเสียงลึกซึ้ง
“ครูฝึกหลง…อยากให้ผมพิสูจน์ตรงนี้จริงๆหรือ?”
อย่างไรก็ตามได้ยินคำพูดของหลงเจิ้นกั๋ว ต้วนหลิงเทียนพลันมองจ้องตากลับไปอย่างลึกซึ้ง และในแววตาก็ค่อยๆเผยความอึกอักเล็กน้อย กล่าวถามออกไปเพื่อขอคำยืนยัน
“พูดมา!”
เสียงของหลงเจิ้นกั๋วนั้นเด็ดขาดมาก ไม่อนุญาตให้สงสัย!
“ผมจำได้ว่าตอนไปบ้านครูฝึกหลงครั้งแรก…ครูฝึกหลงกำลังถูกอาซ้อทำโทษให้คุกเข่าบนเปลือกทุเรียน 15 นาที อันที่จริงเดิมทีอาซ้อจะให้ครูฝึกหลงคุกเข่าสักครึ่งชั่วโมงแล้วล่ะ แต่พอดีเกรงใจเพราะเห็นผมมา แล้วก็มีอยู่ครั้งหนึ่งที่อาซ้อได้ยินพลขับกำลังคุยกัน ว่าครูฝึกหลงมาโม้ในฐานว่า ‘ปกติอยู่บ้านจะเตะเมียเล่น’ อาซ้อก็เลย…”
ต้วนหลิงเทียนค่อยๆพูดออกมาอย่างไม่รีบไม่ร้อน
แต่ไม่ทันที่ต้วนหลิงเทียนจะทันได้พูดจนจบ หลงเจิ้นกั๋วก็เร่งกล่าวขัดออกมาอย่างร้อนรน “พอ! หยุด! ไม่ต้องพูดแล้ว! บ้าเอ๊ย…ไม่คิดเลยว่าจะเป็นเธอจริงๆ ด้วยเจ้าหนู!!”
ตอนนี้หลงเจิ้นกั๋วรู้สึกเสมือนมีสายตาแปลกๆมองมาจากด้านหลัง