“สหายนักสู้…ถึงผมจะไม่รู้ว่าคุณเป็นใครมาจากไหน แต่มาล้อผมเล่นแบบนี้มันไม่สนุกเลย!”
ตู้เวยเลิกมองสำรวจต้วนหลิงเทียน และมองสบตาต้วนหลิงเทียนตรงๆ พลางกล่าวออกมาด้วยท่าทางไม่ค่อยจะพอใจสักเท่าไหร่ หากแต่น้ำเสียงยังสุภาพดั่งผู้ฉลาดรู้สถานการณ์นัก!
“ล้อเล่นเหรอ?”
ได้ยินคำของตู้เวย ต้วนหลิงเทียนก็ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนที่สายตาที่ใช้มองตู้เวยจะเฉยเมยไร้แยแสมากขึ้นทุกขณะ
“จำได้ว่าก่อนที่จะสอนมวยจิตให้แก สิ่งแรกที่ข้าสอนเพื่อปรับพื้นฐาน ก็คือมวยสากล…”
“ข้ายังจำได้ว่า ตำรามวยจิตที่ข้าคัดลอกให้ ข้าได้เซ็นชื่อตัวเองไว้ที่มุมซ้ายบนของหน้าสุดท้าย…”
“ข้าจำได้ว่า…”
…
ต้วนหลิงเทียนที่ยิ่งมายิ่งมองตู้เวยด้วยสายตาชืดชา กล่าวเรื่องราวออกมาเรื่อยๆไม่หยุด และทุกเรื่องราวที่พูดออกมาเพียงฟังก็บอกได้ทันที ว่านอกจากผู้กล่าวกับตู้เวยแล้วไม่น่าจะมีบุคคลที่ 3 ล่วงรู้อยู่อีก…
ตั้งแต่ที่ต้วนหลิงเทียนเริ่มกล่าวถึงประโยคที่ 2 สีหน้าตู้เวยก็เปลี่ยนเป็นบิดเบี้ยวอัปลักษณ์แล้ว!
และแต่ละสิ่งที่ต้วนหลิงเทียนกล่าวออกมาหลังจากนั้น ทุกเรื่องราวที่พูด นอกเสียจากจะเป็นราชันทหารรับจ้างตัวจริงที่ตกตายไปเมื่อไม่กี่สิบปีก่อนแล้ว ไม่มีทางที่คนอื่นจะรู้ได้เลย!
ตอนนี้สายตาที่ตู้เวยใช้มองต้วนหลิงเทียนได้เปลี่ยนไปจนเพี้ยนผวา ทำราวกับมันเห็นผีกลางวันแสก!
“ไม่จริง…ไม่จริง! เรื่องแบบนี้เป็นไปไม่ได้…มันเป็นไปไม่ได้!!”