“เจ้า…เรื่องพวกนี้ทำไมก่อนหน้าไม่เห็นพูดถึงเลยล่ะ?”
ต้วนหลิงเทียนอดไม่ได้ที่จะสงสัย
“ที่ข้าไม่ได้บอกเจ้า เพราะมันไม่จำเป็นไง”
ถังเซี่ยวเซี่ยวส่ายหัวไปมา “เว้นเสียแต่นักรบเหนือธรรมชาติเหล่านี้จะพบพานวาสนาจนได้กลายเป็นผู้ฝึกตนหรือผู้ฝึกเต๋า…ไม่งั้นความสำเร็จของพวกมันก็ถูกจำกัดไว้อย่างมาก…”
“และไม่ต้องถึงมือผู้ฝึกตนอย่างพวกเราด้วยซ้ำ เอาแค่สุ่มหยิบใครก็ได้ในดาราจักรคอสเตอร์มาสักคน แล้วให้ใช้หุ่นเกราะที่มีระดับต่ำสุด ก็สามารถล้มนักรบเหนือธรมชาติที่แข็งแกร่งที่สุดบนดาวเหยียนหวงตอนนี้ได้ง่ายดาย…”
พอได้ฟังเหตุผลที่ถังเซี่ยวเซี่ยวกล่าวอธิบายออกมา ต้วนหลิงเทียนก็เข้าใจแล้วว่าไฉนนางถึงไม่บอกเรื่องพวกนี้ให้เขาฟัง
ในสายตาของถังเซี่ยวเซี่ยวนักรบเหนือธรรมชาติก็เหมือนมดปลวกไร้ค่า ไฉนนางต้องพูดถึงพวกมันด้วย?
‘แต่ว่าในช่วง 2-3 ทศวรรษที่ผ่าน…มันเกิดอะไรขึ้นบนโลกกันแน่?’
‘ทำไมในเวลาแค่ไม่กี่สิบปี เทคโนโลยีบนโลกถึงได้ก้าวหน้าไปนับร้อยๆปีได้?!’
จังหวะนี้ในใจต้วนหลิงเทียนอดไม่ได้ที่จะรู้สึกสับสนนัก
‘โชคดีที่แผ่นดินเกิดของข้ายังคงอยู่…อีกทั้งมนุษย์กว่าครึ่งโลกที่มีระดับจิตวิญญาณถึงขีดจำกัด ก็อยู่ในแผ่นดินบ้านเกิดของข้า!’
ต้วนหลิงเทียนอดไม่ได้ที่จะระบายลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก เมื่อตรวจพบเรื่องนี้จากสำนึกเทวะ