“เซี่ยวเซี่ยวสมควรทำข้อตกลงกับต้วนหลิงเทียนผู้นั้น ว่าหากหยิบยืมแผนที่ดวงดาวจากข้าได้ จักให้ต้วนหลิงเทียนนั่นพาหนีไปจากนิกายถังเป็นแน่…”
เหตุผลที่ทำไมถังจงยี่ถึงคาดเดาเรื่องราวได้ถูกเผง เพราะมันเห็นพลังฝีมือต้วนหลิงเทียนแล้วนั่นเอง
“อาวุโสยี่…”
ตอนนี้เองถังชงประมุขนิกายถังที่ได้เก็บมีดบิน 7 ชุ่นของถังหงที่ถังเซี่ยวเซี่ยวมอบให้ไปแล้ว ก็หันมามองกล่าวกับถังจงยี่ด้วยรอยยิ้มขื่นขม “พวกเรามาหารือเรื่องบอกปัดวังคลื่นสวรรค์ก่อนเถอะ…”
“ถึงแม้ข้าไม่คิดว่าวังคลื่นสวรรค์จะถึงขั้นตัดขาดกับนิกายถังของเราอย่างสมบูรณ์…แต่เมื่อพวกเราปฏิเสธงานแต่งของพวกมันแบบนี้ ย่อมไม่ต่างอะไรกับหักหน้าของพวกมัน ถึงพวกมันอาจจะไม่ลงมือทำสงครามกับพวกเราเพราะเรื่องแค่นี้ก็ตามที แต่พวกมันก็ไม่มีทางเลิกราง่ายๆแน่…”
กล่าวถึงท้ายประโยครอยยิ้มขื่นขมบนใบหน้าถังชงยิ่งมายิ่งแทบจะเหมือนการร่ำไห้แล้ว
ได้ยินคำถังชง ถังจงยี่ก็ตระหนักได้ถึงความร้ายแรงของสถานการณ์ปัจจุบันทันที สีหน้ายังเปลี่ยนเป็นจริงจังเคร่งขรึม
ส่วนอีกด้าน
“ก่อนอื่นเลยพวกเราไปดาราจักรที่อยู่ใกล้ๆ กับดาราจักรที่มีดาวเหยียนหวงอยู่กันก่อน”
(ดาราจักรแทนคำว่ากลุ่มดาวจากตอนก่อนๆครับ มันก็คือกาแล็คซี่นั่นล่ะ… ส่วนกลุ่มดาวนั้นจะเป็นพวกกลุ่มดาวแมป่อง คนคู่อะไรพวกนั้น ผมใช้ผิดเอง)