“ดูเหมือนเจ้าจะต่อต้านหยางอวี้ถิงนั่นให้ได้…”
ต้วนหลิงเทียนยักคิ้วข้างหนึ่งพลางกล่าวถาม “ไม่ใช่ว่าจะอย่างไรมันก็เป็นถึงนายน้อยของวังคลื่นสวรรค์ที่มีระดับเดียวกันกับสำนักเทียนซือหรือไง ในวังคลื่นสวรรค์ก็มีเซียนอมตะเสเพล 9 ทัณฑ์อยู่…ไฉนไม่ทำเป็นแต่งกับมันเพื่อหาประโยชน์ให้นิกายเล่า”
“แถมในฐานะนายน้อยวังคลื่นสวรรค์ก็นับว่ามีหน้ามีตาไม่น้อย…ไฉนเจ้าแลดูต่อต้านมันนัก”
ต้วนหลิงเทียนถาม
“เพราะข้าเห็นหยางอวี้ถิงนั่นเป็นแค่เพื่อนเท่านั้น”
ถังเซี่ยวเซี่ยวกล่าวออกดว้ยสีหน้าเหนื่อยหน่าย “อย่าว่าแต่อยู่กับมันเลย แค่คิดจะอยู่กับมันข้าก็อึดอัดใจจะแย่”
“พอๆ อย่าได้กล่าวถึงมันแล้ว”
ครู่ต่อมาถังเซี่ยวเซี่ยวก็พูดตัดบทกับต้วนหลิงเทียนว่า “พวกเรารีบไปหาท่านบรรพบุรุษแล้วเอาแผนที่ดวงดาวไปโดยเร็วเถอะ…หาไม่แล้วหากประมุขรู้เรื่องนี้ ข้าเกรงว่าคิดจะไปก็ไม่ได้ไปกันพอดี”
“เพราะหากข้าเดาไม่ผิด…ถังเจิ้นเป่าก็ต้องเร่งกลับไปหาบรรพบุรุษของมันเหมือนกัน”
วาจาท้ายประโยค น้ำเสียงของถังเซี่ยวเซี่ยวแฝงความกังวลไม่น้อย
“เจ้าหมายให้ข้าพาหนี…เพราะกลัวว่าประมุขกับอาวุโสสูงสุดอีกคนที่เป็นเซียนอมตะเสเพล 8 ทัณฑ์จะขัดขวางหรือ?”
ต้วนหลิงเทียนเองก็ตระหนักได้ถึงเรื่องนี้
“ใช่”
ถังเซี่ยวเซี่ยวพยักหน้า
“อันที่จริงหากเจ้าไม่เต็มใจจะแต่งกับมันนัก ข้าก็ช่วยเจ้าได้…ไม่ใช่วังคลื่นสวรรค์ก็มีเซียนอมตะเสเพล 9 ทัณฑ์แค่คนเดียวรึไง?”