“เพ่ย! อาวุโสอันใด! คนที่เจ้าเจอช่างหน้าไม่อายนักที่กล้าเรียกตัวเองว่าผู้อาวุโส นับว่าทำให้นิกายถังเสื่อมเสียยิ่งแล้ว! หากมิใช่ว่าเพราะข้าคุ้นเคยกับวิชามีดบินไร้เงาดี ข้าก็แทบไม่เห็นร่องรอยวิชามีดบินไร้เงาจากการซัดมีดหยาบๆของเจ้าด้วยซ้ำ!!”
ถังเซี่ยวเซี่ยวขมวดคิ้วย่นยู่กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยพอใจ เห็นได้ชัดว่าพอได้เห็นฝีมือซัดมีดบินของต้วนหลิงเทียน นางก็บอกได้ทันทีว่าทั้งหมดล้วนเป็นเพราะผู้ถ่ายทอดวิชาไม่เอาไหน และนั่นนับว่าทำให้นิกายถังต้องเสื่อมเสียนัก!!
พอได้ยินคำปรามาสของถังเซี่ยวเซี่ยว ต้วนหลิงเทียนก็ได้แต่ส่ายหัวไปมาอีกครั้ง
ในโลกที่เขาอยู่เมื่อชาติที่แล้ว นิกายถังที่ว่าสมควรเสื่อมถอยลงจนไม่เหลือเค้าความยิ่งใหญ่ในอดีต ไหนเลยผู้อาวุโสของนิกายถังคนนั้นจะเข้าถึงแก่นแท้วิชามีดบินไร้เงาต้นตำรับของนิกายถังในอดีตได้…
จะเทียบกับผู้สืบทอดนิกายถังในอดีตที่แท้จริงที่เป็นผู้ฝึกตน อันมีรากฐานแข็งแกร่งและมรดกครบถ้วนสมบูรณ์ได้อย่างไร
“ใกล้ถึงแล้ว อยู่ตรงนั้น!”
ด้วยความเร็วในการเหินบินของต้วนหลิงเทียน ในที่สุดทั้งสองคนก็มาถึงบริเวณใกล้ๆกับที่ตั้งทางเข้าออกระนาบเหยียนหวง ถังเซี่ยวเซี่ยวที่สัมผัสได้ว่าประตูอยู่ไม่ไกลก็กล่าวทักออกมา พร้อมบอกทางอย่างละเอียด
“เอาล่ะ”
ต้วนหลิงเทียนได้ฟัง ก็พยักหน้าก่อนที่จะเหินไปตามทางที่นางชี้
“ถึงแล้ว”