หลังกระชับกระบี่เซียนอมตะที่ต้วนหลิงเทียนให้มาอย่างแนบแน่น ประมุขเผามังกรก็เหล่ตามองต้วนหลิงเทียนค่อยยกยิ้มแสยะเย้ยหยันออกมา “แต่เจ้ามิคิดบ้างหรือ…ว่าเมื่อสูญเสียกระบี่เล่มนี้ไป เจ้าก็เสมือนสูญเสียขุมพลังความแข็งแกร่งไปขุมหนึ่ง! ยังแทบมิต่างใดจากเจ้าตัดแขนตัวเองไปข้าง จนความแข็งแกร่งเจ้าลดหลั่นไปเหลือแค่เทียบได้กับเซียนอมตะเสเพล 8 ทัณฑ์!!”
“ทำไม? ประมุขเผ่ามังกรพูดแบบนี้…หรือที่แท้คิดกลับกลอกวาจากลืนน้ำลายตัวเอง คิดลงมือฆ่าข้าหลังได้รับยอดสมบัติสวรรค์ไปแล้ว?”
ได้ยินคำของประมุขเผ่ามังกร ต้วนหลิงเทียนก็หรี่ตาลงกล่าวถามออกไปเสียงเข้ม
“เจ้ายังนับว่าฉลาด!”
สองตาประมุขเผ่ามังกรเผยประกายเยียบเย็น กล่าวออกด้วยน้ำเสียงโหดเหี้ยม “ต้วนหลิงเทียน หากเจ้ายังมีชีวิตอยู่ต่อไป สำหรับเผ่ามังกรของพวกเราแล้วนับว่าเป็นเภทภัยอันใหญ่หลวง…เช่นนั้นวันนี้จะอย่างไรเจ้าก็ต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัยเลย!”
“หากจะโทษก็ต้องโทษที่เจ้ามันโง่งมทั้งไร้เดียงสาเกินไป ที่ไม่ให้ข้ากล่าวคำสาบานต่อทัณฑ์สวรรค์เก้าเก้าก่อน เพื่อรับประกันว่าข้าจักไม่ทำอะไรเจ้าหลังได้รับยอดสมบัติสวรรค์! ในเมื่อเป็นเจ้าผิดพลาดละเลยเรื่องนี้เอง ก็อย่าได้โทษข้าที่รู้จักฉกฉวยโอกาส!!”
กล่าวถึงท้ายประโยค น้ำเสียงของประมุขเผ่ามังกรก็เปี่ยมล้นไปด้วยเจตนาฆ่าฟัน!
“ฮ่าๆๆๆ! ต้วนหลิงเทียนผู้นี้ มิคาดมันกลับพาตัวเข้าสู่จุดอับด้วยตัวเอง!!”