‘จะว่าไป…นายท่านเคยตั้งข้อสงสัยเอาไว้ ว่าเผลอๆในบรรดาเผ่าพันธุ์ปีศาจ อาจจะไม่มีเซียนอมตะเสเพล 9 ทัณฑ์อยู่เลยก็เป็นได้…’
เฉินอี้หรูเองก็เคยได้ยินต้วนหลิงเทียนพูดถึงเรื่องนี้มาก่อน
แต่ด้วยทัศนะของมันตอนนี้ เผ่าปีศาจจะมีหรือไม่มีเซียนอมตะเสเพล 9 ทัณฑ์ก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญอีกต่อไป เพราะไม่ได้เป็นภัยคุกคามอะไรแล้ว…
“ยันต์เต๋ากระจกเงางั้นรึ?”
เมื่อเฉินอี้หรูสัมผัสได้ถึงความผันผวนของพลังอาคม ด้านต้วนหลิงเทียนและคนอื่นๆที่อยู่ไม่ไกลนักก็สัมผัสถึงมันได้เป็นธรรมดา
และเป็นหานเฉวี่ยไน่ที่กลอกตาพลางกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงสนุกสนานก่อนใคร “ข้าอยากรู้จริง…ว่าเบื้องหลังปีศาจน่าตายนั่นมันจะกล้ามาที่นี่หรือไม่!”
“ข้าเดาว่ามันไม่กล้ามาหรอก”
หนานกงยี่กล่าว “จากพลังที่อาวุโสเฉินลงมือฆ่าพวกมันเมื่อครู่ เบื้องหลังปีศาจทั้ง 2 ตนเมื่อครู่ไหนเลยจะไม่หวาดกลัวได้ ไม่มีทางที่พวกมันจะหาญกล้ามาหาที่ตายเพราะคิดล้างแค้นอาวุโสเฉินหรอก”
เฉินอี้หรูนั้นกล่าวไปก็เป็นตัวตนขอบเขตเซียนอมตะเสเพล 4 ทัณฑ์ ไม่ใช่อะไรที่ปีศาจทั่วไปจะกล้ามาหาความ!
สำหรับต้วนหลิงเทียนกับพวกแล้วการปรากฏปีศาจสุนัข 2 ตัวขวางทางถือเป็นเรื่องเล็กน้อยที่ไม่นับเป็นอะไร
กระทั่งการเดินทางหลังจากนั้น ยังพบเผ่าปีศาจที่มาลาดตระเวนพบพานอยู่บ่อยครั้ง แต่ทั้งหมดไม่มีใครรอดพ้นเงื้อมมือเฉินอี้หรูเลย…