และสตรีที่ราวกับจะผุดโผล่ขึ้นกลางความว่างเปล่าเบื้องหน้าบรรพบุรุษชิงเย่กับผู้เฒ่าเทียนหมิงก็ไม่ใช่ใครอื่น เป็นเค่อเอ๋อนั่นเอง
“พวกเจ้าคิดฆ่าพวกเราข้าไม่สน…แต่คิดฆ่าพี่เทียน พวกเจ้าทำไม่ได้!”
เค่อเอ๋อมองไปยังเซียนอมตะเสเพล 9 ทัณฑ์ตรงหน้าด้วยสายตาเฉยเมยน้ำเสียงยังเยียบเย็นลง พาลให้ผู้คนอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเสมือนติดอยู่ในห้องน้ำแข็งใต้ดิน กระทั่งติดอยู่ในโลกน้ำแข็ง!
ขวับ!
เสียงเค่อเอ๋อดังจบคำ มือเรียวหยกที่ค่อยๆยื่นออกมาจากแขนเสื้อก็สะบัดไปยังความว่างเบื้องหน้าเบาๆตามอำเภอใจ
แม้เสียงสะบัดมือจะไม่ได้ดังอะไร แต่หลังจากนั้นกลับบังเกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่!
เพราะหลังเสียงสะบัดมือของเค่อเอ๋อดังขึ้น มือที่ยื่นออกมาจากใต้แขนเสื้อของเค่อเอ๋อก็คล้ายจะแปรเปลี่ยนไปป็นดวงตะวัน เปล่งแสงสว่างสีขาวออกมาอย่างเจิดจ้า!
ซัวว!
แสงขาวเริ่มสว่างไสวออกไปทั่วอาณาบริเวณ
กระทั่งสายตาของต้วนหลิงเทียนยังถูกทำลายไปชั่วขณะ
“ไม่!!”
“ไม่!!”
เสียงกรีดร้องสองสำเนียงดังขึ้นพร้อมเพรียง พาลให้หัวใจทุกคนเต้นไปไม่เป็นจังหวะ!
เพราะไม่ว่าใคร เมื่อฟังแล้วก็สามารถบอกได้ทันที
นั่นเป็นเสียงบรรพบุรุษชิงเย่กับผู้เฒ่าเทียนยหมิง!
‘นั่นมันพลังอะไรกันแน่!’
ต้วนหลิงเทียนที่สองตาเสมือนจะพร่าไปเพราะแสงสว่างสีขาว จังหวะนี้อดไม่ได้ที่จะสะท้านอยู่ในใจ
หลังจากนั้นไม่นานต้วนหลิงเทียนก็พบว่าแสงสีสว่างขาวเบื้องหน้าค่อยๆจางหายไป