ที่นั่นปรากฏร่างสตรีบอบบางนางหนึ่งลอยร่างกลางหาว ชวนให้ทุกสายตาบังเกิดความประทับใจอย่างบอกไม่ถูก
สตรีนางนั้นเพียงลอยร่างอยู่เฉยๆกลับให้ความรู้สึกบริสุทธิ์ทั้งอ่อนโยนคล้ายหมอกควันอันเลือนรางมิอาจจับต้อง พาลให้สรรพสิ่งโดยรอบคล้ายเป็นส่วนเกินไปในพริบตา ความสนใจของทุกคนได้แต่หยุดอยู่ที่นางหมดสิ้น
ต่างมองนางเป็นสายตาเดียวกัน
ขณะเดียวกันทุกคนพลันพบได้ทันที
ว่าสายตาของสตรีนางนั้นเพียงมองจ้องไปยังร่างต้วนหลิงเทียนไม่วาง ทำราวกับในโลกคงเหลือเพียงต้วนหลิงเทียนเพียงผู้เดียวเท่านั้น…
พริบตานี้บุรุษหลายคนอดไม่ได้ที่จะรู้สึกอิจฉาขึ้นมาจับใจ
พวกมันกระทั่งลืมเลือนไปด้วยซ้ำว่าสุรเสียงเมื่อครู่มีพลังอำนาจขนาดไหน…
“ปล่อยให้ข้าจัดการเอง…”
“ข้าเองก็อยากรู้เหมือนกัน…ว่าพวกมันจะฆ่าพวกเราทั้งหมดอย่างไร…”
หลังจากที่เค่อเอ๋อเรียกหาต้วนหลิงเทียนแล้วว เค่อเอ๋อก็กล่าววาจาออกมาสืบต่อทันที
“เค่อเอ๋อ…”
ต้วนหลิงเทียนถึงกับตกตะลึงอึ้งไปชั่วขณะ
เขาไม่คิดไม่ฝันเลย
ว่าอยู่ๆเค่อเอ๋อจะกล่าวเรียกเขา และบอกให้เขาปล่อยเซียนอมตะเสเพล 9 ทัณฑ์ทั้ง 2 ให้นางจัดการเอง!
กระทั่งฟังจากวาจาของนางแล้ว ทำร้าววกับนางสามารถจัดการเซียนอมตะเสเพล 9 ทัณฑ์ทั้ง 2 ได้ด้วยตัวคนเดียว!!
“เค่อเอ๋ออย่างเหลวไหล! พวกมันเป็นเซียนอมตะเสเพล 9 ทัณฑ์!!”