พอกล่าวถามประโยคนี้ออกมา หานเฉวี่ยไน่ก็ไม่ลืมนินทาออกมา “แต่มันนับว่าฉลาดไม่เบา รู้จักเข้ามาตี้ซี้กับพี่ใหญ่หลิงเทียนด้วย นับว่าตาแก่นั่นมันอยู่เป็น!”
ถึงแม้ว่าหานเฉวี่ยไน่เองก็รู้สึกว่าชายชราเมื่อครู่ไม่น่าจะธรรมดา
แต่นางก็ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นถึง เซียนอมตะเสเพล 9ทัณฑ์! นางคิดว่าชายชราก็แค่เซียนอมตะเสเพล 7ทัณฑ์หรืออย่างดีก็แค่เซียนอมตะเสเพล 8 ทัณฑ์เท่านั้น!
“ย่อมร้ายกาจ!”
ได้ยินหานเฉวี่ยไน่ถาม จางยี่ก็รีบกล่าวตอบออกมาทันที “เซียนหยวนจื่อผู้นั้นเป็น 1 ใน 2 เซียนอมตะเสเพล 9 ทัณฑ์ที่ร้ายกาจที่สุดในวังเซียนหยวนอันเป็นขุมพลังเร้นลับในระนาบเหยียนหวงของเรา…เจ้าคิดว่ามันร้ายกาจมากไหมเล่า?”
“หา! เซียนอมตะเสเพล 9 ทัณฑ์!?”
หานเฉวี่ยไน่พอได้ยินก็หวาดกลัวไม่หายอยู่พักหนึ่ง ค่อยเอ่ยถามว่า “จางยี่…นี่เจ้าไม่ได้หลอกข้าอยู่แน่นะ! ตาแก่ที่วิ่งเข้ามาตีซี้พี่ใหญ่หลิงเทียนก่อนนั่นมันเป็นถึงเซียนอมตะเสเพล 9 ทัณฑ์เลยเหรอ!?”
หานเฉวี่ยไน่ย่อมรู้ดีว่าตัวตนขอบเขตเซียนอมตะเสเพล 9 ทัณฑ์หมายถึงอะไร
นั่นคือตัวตนสูงสุดในระนาบโลกียะ!
ทว่าชายชราแลดูดาษๆไม่โดดเด่นผู้นั้น กลับเป็นถึงเซียนอมตะเสเพล 9 ทัณฑ์!?
“ข้าจะไปหลอกเจ้าทำอะไรเล่า…เจ้าหรูหรือไม่ว่า ‘เสวียนอวิ๋นเจินเหริน’ เป็นผู้ใดในสำนักเทียนซือของข้า? นั่นคือตัวตนที่ทุกคนในสำนักเทียนซือต้องเรียกหาว่าท่านบรรพบุรุษ!”