จะอย่างไรเริ่นหยวนเจี๋ยกับเซียนหยวนจื่อก็รอคอยอยู่ คงไม่ดีหากจะให้อีกฝ่ายรอนานไปกว่านี้ แม้ปากเซียนหยวนจื่อจะกล่าวบอกไว้ก่อนแล้วว่าให้ซูหลี่ใช้เวลาสนทนากับต้วนหลิงเทียนได้เต็มที่ แต่คนอย่างซูหลี่ย่อมไม่คิดให้ผู้ใดเสียเวลารอคอยนานเกินไป
ยิ่งไปกว่านั้นมันกับต้วนหลิงเทียนก็ได้รำลึกความหลัง รวมทั้งสนทนาถึงเรื่องราวที่ผ่านมาจนแทบไม่เหลืออะไรให้พูดแล้วอีกด้วย
“เจ้าไปเถอะ ไว้เจอกันใหม่ที่ระนาบเหยียนหวง”
มองไปยังสหายที่กำลังจะจากไป ใบหน้าต้วนหลิงเทียนฉายรอยยิ้มอ่อนโยนให้ความรู้สึกราวสายลมในฤดูใบไม้ผลิ
หลังซูหลี่เหินร่างไปรวมกลุ่มกับพวกเซียนหยวนจื่อและเริ่นหยวนเจี๋ยแล้ว เซียนหยวนจื่อก็หันมายิ้มให้ต้วนหลิงเทียนพร้อมกล่าวออกเสียงดัง “น้องหลิงเทียนหลังจากนี้ไม่กี่ปีข้าจะรอเจ้าอยู่ที่วังเซียนหยวนในระนาบเหยียนหวง…ข้าจะเตรียมสุราเลิศรสที่เก็บเอาไว้อย่างดีให้เจ้า ถึงตอนนั้นไม่เมาไม่เลิกรา!”
“ขอท่านพี่จื่ออย่าได้กังวล ข้าไปแน่!”
ต้วนหลิงเทียนก็กล่าวตอบออกไปด้วยรอยยิ้ม
ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!
จากนั้นเสียงแหวกสายลม 3 สำเนียงพลันดังขึ้น พวกเซียนหยวนจื่อทั้ง 3 ก็อันตรธานหายไป…