เค่อเอ๋อพยักหน้ารับ ค่อยกล่าวต่อว่า “ข้าเองก็บอกพี่ซูหลี่ไปแล้วว่าหากพี่ซูหลี่คิดกำจัดสตรีนามเริ่นหยวนเจี๋ยผู้นั้นข้าสามารถช่วยได้…ไม่ว่าจะเป็นการบังคับให้นางถอนคำพูดเรื่องทาสกระบี่หรือจะให้ฆ่าเริ่นหยวนเจี๋ยทิ้งก็ตามที…”
กล่าวถึงประโยคท้ายประโยคสองตากระจ่างของเค่อเอ๋อก็เผยประกายเยียบเย็นเรืองขึ้นวาบหนึ่ง
นางรู้จนไม่อาจรู้ดีไปกว่านี้อีกแล้ว ว่าความสัมพันธ์ระหว่างพี่เทียนของนางกับซูหลี่นั้นเป็นอย่างไร…
นางยังรู้อีกด้วยว่าหากเป็นพี่เทียน ก็ไม่พ้นต้องทำแบบนางแน่นอน
“แต่พี่ซูหลี่กลับปฏิเสธข้า”
“เพียงกล่าวว่า…ลูกผู้ชายพูดแล้วไม่คืนคำ เสียชีพไม่เสียสัตย์!”
กล่าวถึงจุดนี้เค่อเอ๋อก็เผยสีหน้าจนปัญญาออกมา
“เจ้านั่นมันเป็นคนแบบนี้ล่ะ…เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยจริงๆ”
ได้ยินคำพูดของเค่อเอ๋อ ต้วนหลิงเทียนเองก็ไม่รู้จะช่วยอย่างไรเหมือนกัน เขาเองก็รู้ดีว่าซูหลี่เป็นคนแบบนี้ เพราะตอนนั้นกระทั่งเพื่อสหายอย่างเขาแล้ว ซูหลี่ยังไม่หวั่นหวาดความตาย ถึงขั้นกล้าเลือกจะละทิ้งอนาคตและอพยพครอบครัวหนีออกจากบ้านเกิดเมืองนอน!
นับประสาอะไรกับคราวนี้เริ่นหยวนเจี๋ยผู้นั้นได้มีบุญคุณช่วยซูหลี่เอาไว้ จนทำให้ซูหลี่หลุดพ้นจากจิตมารได้?
“เจ้านั่น…คงไม่บ้าถึงขั้นไปรับปากคนอื่นว่าจะเป็นทาสกระบี่อะไรนั่นไปชั่วชีวิตหรอกนะ?”