เค่อเอ๋อส่ายหัวไปมาพลางกล่าวออกด้วยรอยยิ้ม “หากมันมีผลกระทบเช่นนั้นข้าไม่มีวันปะติดปะต่อชิ้นส่วนความทรงจำพวกนั้นแน่นอน…เพราะสุดท้ายแล้วหากข้าเสียความทรงจำในชีวิตนี้ไปข้าก็คงต้องลืมท่านกับซือหลิง”
“และพี่เทียน…ท่านกับซือหลิงล้วนแล้วแต่สำคัญกับข้ายิ่งกว่าสิ่งใด! ข้าย่อมไม่มีวันเสี่ยงจะสูญเสียความทรงจำในชีวิตนี้เพื่อปะติดปะต่อชิ้นส่วนความทรงจำในชาติที่แล้วเพื่อยกระดับพลังบ่มเพาะหรอก”
ขณะกล่าวถึงท้ายประโยค ใบหน้าเค่อเอ๋อก็แลดูท่วมท้นไปด้วยความรู้สึก
“แบบนั้นก็ดีแล้ว”
มาตอนนี้ต้วนหลิงเทียนค่อยโล่งอก
ถึงแม้เขาเองก็คิดจะถามเรื่องชิ้นส่วนความทรงจำในชาติที่แล้วของเค่อเอ๋ออยู่บ้าง แต่เขาเองก็รู้ดีว่านี่ไม่ใช่เวลาเหมาะสมที่จะมาคุยเรื่องแบบนั้นกันตรงนี้
ดังนั้นเขาจึงเปลี่ยนเรื่องทันทีและวกกลับไปยังเรื่องของซูหลี่
“เค่อเอ๋อ แล้วตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกับซูหลี่งั้นเหรอ?”
“หากข้ามองไม่ผิด…สตรีนางนั้นไม่ใช่คนของระนาบเซียนพวกเราแน่ กล่าวได้ว่าสิบในสิบซูหลี่ไม่ควรรู้จักกับนางมาก่อนจนกระทั่งเข้ามาในแดนลับต่างสวรรค์แห่งนี้…”
“แล้วไฉน…อยู่ๆซูหลี่ถึงได้กลายเป็นทาสกระบี่ของนางได้?”
ต้วนหลิงเทียนรู้สึกสงสัยเรื่องนี้อย่างหนัก
“พี่เทียน ทั้งหมดเป็นเพราะนางช่วยขจัดจิตมารให้พี่ซูหลี่”