เพราะภายในรังสีกระบี่ที่พุ่งข้ามฟ้ามาดังกล่าว ปรากฏร่างชายหนุ่มที่มีใบหน้าดุร้ายอำมหิตคนหนึ่ง
ชายหนุ่มนี้ ชุดคลุมคล้ายชุ่มโชกไปด้วยโลหิต ยิ่งอีกฝ่ายเข้ามาใกล้เท่าไหร่กลิ่นคาวคลุ้งโลหิตก็ยิ่งเตะจมูกนาง
“มารกระบี่?”
ได้กลิ่นคาวคลุ้งโลหิตหนาเตอะแบบนี้ สตรีงามหมดจดได้แต่ขมวดคิ้วเป็นปม สองตาชมดูด้วยความเคร่งขรึม
สองตาแดงฉานของมารกระบี่หนุ่มนั้น มีแต่ความอำมหิตคล้ายคิดเข่นฆ่าทุกสรรพชีวิตให้ดับสูญ ประหนึ่งมันมิใช่ผู้คนแต่เป็นเครื่องจักรสังหาร!
ฟุ่ฟฟฟ!!
ประหนึ่งสายลมแรงหอบหนึ่งกรรโชกพัดผ่าน เป็นร่างแดงฉานที่วูบมาบรรลุถึงเบื้องหน้าสตรีงามหมดจด และนางก็สังเกตเห็นร่างชายหนุ่มดังกล่าวชัดเจน อีกทั้งยังสังเกตเห็นว่าในมือของอีกฝ่ายก็ถือเข็มทิศไว้ ทั้งยังมองมาที่นางด้วยสายตาว่างเปล่า
‘ดูเหมือนมันเองก็ได้เบาะแสมาที่นี่เช่นกัน’
สองตาสตรีงามหมดจดก็มองจ้องไปยังเข็มทิศในมืออีกฝ่ายเขม็ง
และทิศทางที่เข็มทิศในมืออีกฝ่ายกำลังชี้นำ ก็เป็นทิศทางเดียวกันกับเข็มทิศมือนาง ม่านหมอกเบื้องหน้า มรดกสถานต้าหลัวจินเซียน!!
ชายหนุ่มสองตาแดงฉานปานก้อนโลหิต มองจ้องมายังสตรีหมดจด นางเองก็มองจ้องตากลับไปอย่างไร้หวาดกลัว
วู้ม! วู้ม! วู้ม! วู้ม! วู้ม!
…
ไอมารทั่วร่างชายหนุ่มสองตาแดงฉานพลันเอ่อล้นขึ้นมาดั่งเพลิงทมิฬ อีกทั้งในไอมารดังกล่าวยังปรากฏรังสีกระบี่อันแหลมคมร้ายกาจ ส่งเสียงดังไม่หยุด