“หรือว่า…มันจะเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ของคนที่ข้าเคยฆ่าไป?”
ต้วนหลิงเทียนได้แต่คิดไปในทำนองนี้เท่านั้น
เพราะอย่างไรหลังจากที่เขาเข้ามาในแดนลับต่างสวรรค์แห่งนี้ ผู้ที่ตายด้วยน้ำมือเขาก็มากมายเหลือเกิน…
อีกทั้งฉากที่เขาสังหารพวกมัน ไม่พ้นต้องไปปรากฏยังคนที่อยู่เบื้องหลังพวกมันแน่นอน เป็นอะไรที่คล้ายกับยันต์กระจกสะท้อนลักษณ์แม่ลูกที่เขารู้จัก
“คงมีแค่เหตุผลนี้ล่ะ”
ต้วนหลิงเทียนยิ่งมาก็ยิ่งเชื่อว่าคงเป็นเพราะเรื่องนี้แน่นอน
ซัวว
ทันใดนั้นเองต้วนหลิงเทียนพลันสัมผัสได้ชัดเจน
ว่ามีสำนึกเทวะอันทรงพลังแผ่ออกมาปกคลุมร่างกายเขา ทำให้เขารู้สึกราวกับมีมือที่มองไม่เห็นลูบไล้ไปทั่วตัว
“สารเลวน้อย เจ้ากับ ‘หรงปัว’ ศิษย์นิกายหลีเยี่ยนของข้าล้วนแล้วแต่เป็นครึ่งก้าวเซียนอมตะดุจเดียวกัน แต่เจ้ากลับฆ่ามันได้อย่างง่ายดาย นั่นเผยให้เห็นชัดแล้วว่าเจ้ามิใช่ครึ่งก้าวเซียนอมตะธรรมดากระทั่งพลังฝีมือยังมิใช่ชั่ว…แต่น่าเสียดายที่เจ้าเจอผู้ใดไม่เจอกลับมาเจอข้า!!”
ชายชราที่มองต้วนหลิงเทียนด้วยสายตาดุร้ายเอาเรื่องมากโทสะ ในที่สุดก็กล่าววาจาออกมาเสียงเย็น
“หรงปัว?”
ได้ยินคำของชายชรา ผู้คนโดยรอบได้แต่ชักสีหน้าว่างเปล่า ด้วยไม่เข้าใจว่าชายชรากล่าวถึงอะไร
“มันมาจากนิกายหลีเยี่ยนของระนาบคงสิงข้างั้นเหรอ?”
ตอนนี้เองคนที่มาจากระนาบคงสิงเหมือนกันก็เอ่ยขึ้น
“หรงปัว!?”