“ไม่ใช่เซียนอมตะเสเพลแน่นอน…หากมันเป็นเซียนอมตะเสเพล มันไหนเลยจะเข้าไปในสมบัติสถานระดับสวรรค์ได้…เจ้าเองก็รู้ดีว่าในแดนลับต่างสวรรค์ เซียนอมตะเสเพลอย่างเราๆอย่าว่าแต่สมบัติสถานระดับสวรรค์เลย กระทั่งสมบัติสถานระดับมนุษย์ก็เข้าไปไม่ได้แล้ว…”
“ต่อให้เป็นเซียนอมตะเสเพล 9 ทัณฑ์ก็มิอาจฝ่าฝืนกฏข้อนี้ได้! ทั้งๆที่เซียนอมตะเสเพล 9 ทัณฑ์ก็คือตัวตนที่ทรงพลังที่สุดในระนาบโลกียะแล้ว”
ไม่นานก็เริ่มมีคนยกอ้างเหตุผลมาหักล้างคำถามเหลวไหลดังกล่าว
“ไม่ผิด มันไม่มีทางเป็นเซียนอมตะเสเพลไปได้”
หลายคนก็เห็นด้วยกับเรื่องนี้
“หากมันไม่ใช่เซียนอมตะเสเพล…ให้เป็นอัจฉริยะเพียงใดแต่ครึ่งก้าวเซียนอมตะก็ไม่น่าจะมีพลังร้ายกาจขนาดนี้! เว้นเสียแต่มันจะได้รับสืบทอดมรดกของต้าหลัวจินเซียนมาแล้ว”
เซียนอมตะเสเพลที่ตั้งคำถามกล่าวออกอีกครั้ง
มรดกต้าหลัวจินเซียน!
ทันใดนั้นใจของเหล่าเซียนอมตะเสเพลทั้งหลายก็สะท้านไปทันใด
เพราะนั่นคือสิ่งที่ล้ำค่าที่สุดในแดนลับต่างสวรรค์
“ยังมีความเป็นไปได้อีกประการหนึ่ง…นั่นคือก่อนที่มันจะเข้ามาในแดนลับต่างสวรรค์ มันเคยได้รับมรดกที่ไม่ได้อ่อนแอไปกว่ามรดกของต้าหลัวจินเซียนจากระนาบเซียนของมัน”
บางคนกล่าวขึ้น
“เรื่องนี้อาจเป็นได้!”
หลายคนพยักหน้าเห็นด้วย
“แต่ข้ากลับรู้สึกว่าเป็นไปไม่ได้…หากมันได้รับมรดกเลิศล้ำขนาดนั้น แล้วไฉนมันยังต้องเข้ามาในแดนลับต่างสวรรค์อีก?”
บางคนท้วงขึ้น