ขณะเดียวกันเขายังสัมผัสได้ชัดเจนว่าตอนนี้กระบี่สายฟ้าในมือของจางยี่กำลังสั่นพ้องกับโลกหล้า…
จังหวะนี้ต้วนหลิงเทียนก็ตระหนักได้เรื่องหนึ่ง
ในบรรดาตัวตนขอบเขตเซียนสวรรค์ 9 เปลี่ยน จางยี่นับเป็นบุคคลที่โดดเด่นไม่น้อย!
ด้วยสำนึกรู้ฟ้าดินระดับนี้ของจางยี่ และความเชี่ยวชาญในธาตุสายฟ้าเกรงว่าคงห่างจากการชักนำหายนะสู่สวรรค์อีกไม่นานแล้ว
“อัสนี ลง!”
ในขณะที่หานเฉวี่ยไน่และหลิ่วเสวียกำลังจับจ้องกระบี่สายฟ้าของจางยี่ด้วยความสนอกสนใจนั้นเอง เสียงคำรามของจางยี่พลันดังขึ้นอีกครั้ง
หลังจากนั้นกระบี่สายฟ้าของจางยี่ ก็พุ่งทะยานลงไปยังท้องทะเลทรายสีเหลืองเบื้องล่างทันที!
ซู่มมม!
เสียงกระบี่สายฟ้าแหวกอากาศดังขึ้น
เสียงหอนของกระบี่ยามแหวกอากาศของจางยี่ นับว่าแตกต่างจากเสียงหอนกระบี่ของต้วนหลิงเทียนนัก
เพราะเสียงหอนกระบี่ของต้วนหลิงเทียนนั้น มันเกิดจากกระบี่แหวกอากาศอย่างเดียว
ทว่าเสียงหอนกระบี่ของจางยี่มันปนเปไปกับเสียงฟาดผ่าของสายฟ้า
เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ!
…
ในขณะที่กระบี่สายฟ้าพุ่งออกไปจากจางยี่ ปรากฏอัสนีคำรนออกมา 9 สายม้วนวนอยู่รอบตัวกระบี่ มองไปยังสว่างปานตะวันม่วง เปล่งแสงแยงตานัก!
อัสนีคำรน 9 สายดั่งมังกรพัวกันกระบี่ก็ไม่ปาน พวกมันหนุนเสริมสภาวะของกระบี่ให้ทรงพลังอย่างถึงที่สุด หมายถล่มลงผืนทะเลทรายเหลืองร้อนให้พินาศในคราเดียว