“แบบนี้พูดได้ว่า…ในระนาบของพวกเจ้าทั้งคู่ ไม่มีครึ่งก้าวเซียนอมตะที่มีพลังฝีมือทัดเทียมเซียนอมตะเสเพล 6 ทัณฑ์อยู่เลยน่ะสิ?”
หลังได้รับฟังข้อมูลจากหลิ่วเสวียกับจางยี่ครบแล้ว ต้วนหลิงเทียนอดหยีตามองถามทั้งคู่เรื่องนี้ไม่ได้
“นั่นก็ไม่แน่นัก”
ได้ยินคำถามดังกล่าวจางยี่พลันส่ายหัวกล่าวตอบออกมาก่อน ค่อยอธิบายเพิ่มเติมว่า “คนจากหัวฮั่วซานที่ข้าเคยบอกเจ้าว่าร้ายกาจกว่าคนของหมู่บ้านเกาเหล่าและมีพลังเทียบได้กับเซียนอมตะเสเพล 5 ทัณฑ์ผู้นั้นน่ะ…ที่จริงนั่นเป็นพลังฝีมือของมันเมื่อ 10 ปีก่อน…”
“ตอนนี้ผ่านไปก็ 10 ปีแล้ว ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าพลังฝีมือของมันก้าวหน้าขึ้นบ้างหรือไม่…ในระนาบเหยียนหวงของข้า เป็นมันที่มีโอกาสแข็งแกร่งทัดเทียมเซียนอมตะเสเพล 6 ทัณฑ์มากที่สุดแล้ว”
จางยี่กล่าวตอบ
“มีโอกาสทัดเทียมเซียนอมตะเสเพล 6 ทัณฑ์…”
ได้ยินคำของจางยี่ สองตาต้วนหลิงเทียนอดหดหยีลงไม่ได้ ยังเผยประกายวาบหนึ่ง
ต้องทราบด้วยว่าพลังฝีมือระดับนั้น มันเทียบได้กับเขาก่อนที่จะได้รับกระบี่เซียนอมตะ
“แล้วแบบนี้…มีโอกาสเป็นไปได้หรือไม่ ที่อีก 2 ระนาบที่เหลือจะมีตัวตนครึ่งก้าวเซียนอมตะที่มีพลังฝีมือทัดเทียมกับเซียนอมตะเสเพล 7 ทัณฑ์?”
ต้วนหลิงเทียนกล่าวถามเพิ่มเติม
“เรื่องนั้นเป็นไปไม่ได้”