ต้วนหลิงเทียนกล่าวเสริม
“เรื่องนั้นน่ะข้าไม่ค้านหรอก”
จางยี่พยักหน้ารับกล่าวว่า “ข้าได้เห็นฉากเรื่องราวที่บรรพชนบันทึกไว้ในปีนั้นและส่งต่อกันมาในสำนักเทียนซือแล้ว ว่าในสมัยนั้นแดนลับต่างสวรรค์เกิดอะไรขึ้นบ้าง…”
“จริงอยู่ที่ฟงชิงหยางจากระนาบเซียนของเจ้าจะไร้ยอดสมบัติสวรรค์อันใด แต่เหมือนจะเชี่ยวชาญเวทย์พลังที่ร้ายกาจจากระนาบเทวโลก ทำให้มีพลังอำนาจทัดเทียมเซียนอมตะเสเพล 5 ทัณฑ์ทั้งที่ยังเป็นครึ่งก้าวเซียนอมตะ”
ได้ยินคำของจางยี่ต้วนหลิงเทียนก็เข้าใจบางอย่าง จึงอดไม่ได้ที่จะลอบส่ายหัวไปมาในใจ
เขาตระหนักได้ว่าในสายตาคนอื่นๆ เคล็ดพลังกระบี่ของอาวุโสฟงชิงหยาง ล้วนถูกมองเป็นเวทย์พลังที่มาจากระนาเทวโลก…
ตอนนี้เองจางยี่พลันหันมามองกล่าวกับต้วนหลิงเทียน “ฟงชิงหยางในยุคนั้น ตอนที่ยังไม่ได้รับสืบทอดมรดกต้าหลัวจินเซียน หากให้กล่าวตามตรงยังแข็งแกร่งกว่าเจ้าตอนนี้เสียอีก…”
จางยี่เองก็ได้เห็นต้วนหลิงเทียนลงมือมาบ้าง
ครั้งแรกเลยก็คือสังหารหรงปัวกับเฝิงหม่านในกระบี่เดียว
ครั้งที่สองก็เป็นตอนคลี่คลายสถานการณ์คับขันในด่านทดสอบก่อนจะได้รับเบาะแสอย่างจานเข็มทิศ…
ด้วยสายตาของจางยี่ มันจึงพอประเมินพลังฝีมือของต้วนหลิงเทียนออกมาจากประสบการณ์ของตัว!
มันจึงได้ตระหนัก ว่าพลังของต้วนหลิงเทียนไม่ได้ง่ายดายเหมือนเซียนอมตะเสเพล 3 ทัณฑ์ธรรมดาๆ…
ยังมีแนวโน้มว่าจจะเทียบได้กับเซียนอมตะเสเพล 4 ทัณฑ์!